"ทำเลโค้งธนู" เป็นสภาพแวดล้อมของทำเลที่มีลักษณะโค้งคล้ายกับคันธนู ซึ่งโดยปกติ
ทำเลคันธนูจะคู่กับ "ทำเลสายรัดหยก" เพราะในสมัยโบราณ
เวลาที่ขุนนางได้รับการแต่งตั้ง จะได้รับพระราชทานเข็มขัดหยกมาพันรอบเอว
หากเคยชมอุปรากรจีนหรือที่เรียกว่า “งิ้ว”
เวลาที่ตัวแสดงที่เป็นขุนนางออกมา
จะต้องถือหรือยกวงเข็มขัดที่รอบเอวไว้เสมอ ซึ่งเรียกว่าสายรัดหยกนั่นเอง
แสดงถึงความเจริญรุ่งเรืองในหน้าที่การงาน และความมั่งคั่งอีกด้วย
เมื่อเราต้องเข้าไปอยู่ในทำเลที่มีสะพานหรือถนนโค้งโอบ ทำเลนี้เรียกว่าทำเล
"สายรัดหยก" แต่ถ้าหากไปอยู่ตรงกันข้ามกัน
บริเวณโค้งอีกฝั่งของสายรัดหยกจะกลายเป็นโค้งธนู คือลักษณะโค้งเข้าหาเรา
เหมือนฟันเข้ามาทางเรา
แล้วหากมีอะไรสักอย่างมาพาดหรือบ้านเรามาตั้งอยู่ตรงกลางขวางไว้
เท่ากับธนูนั้นวิ่งเข้าบ้านเรานั่นเอง ทำเลสายรัดหยกเป็นทำเลที่ใคร ๆ
ก็ปรารถนาที่จะมีจะได้กัน
แม้แต่การสร้างฮวงซุ้ยยังต้องเลือกถนนที่เป็นทำเลสายรัดหยก
สำหรับบุคคลที่อยู่ตรงบริเวณโค้งธนูเท่ากับได้รับ "ธนู" ทำให้เกิดเภทภัยต่าง ๆ
ขึ้นได้ อาจจะถึงโรคภัยไข้เจ็บ มากไปจนถึงแก่ชีวิต ในขณะเดียวกัน
หน้าที่การงานก็จะไม่ดี ทำอะไรก็เหมือนกับถูกคุกคาม ถูกข่ม
ถูกกดอยู่ตลอดเวลา เหมือนกับเวลาที่เราเดินไปไหนมาไหน
ราวกับว่ามีลูกธนูส่องตามหลังเราอยู่ตลอดเวลา
ทำอะไรรู้สึกไม่เกิดความมั่งคง ไม่รู้ว่าอะไรจะเกิดขึ้นกับเรา
นั่นคือความสับสนของสภาวะของคนที่อยู่กับทำเลโค้งธนู
หรือแนวถนนที่อยู่หน้าบ้านหรือหน้าโครงการหมู่บ้าน หน้าสำนักงาน ฯลฯ
แนวทางแก้ไขทำเล เริ่มที่ทำเลโค้งธนูก่อน ซึ่งมีอยู่ 2 ทาง
1. แก้ไขในลักษณะเชิงสัญลักษณ์ จากแนวถนนเข้าไป
ช่วงที่ถนนโค้งผ่านบ้านเราแล้วกำลังจะตีวงโค้งออก
ช่วงนั้นให้เราจะวางแนวของต้นไม้หรือวางแนวของอิฐต่อจากแนวโค้งนั้นให้เข้า
ไปโอบตัวบ้าน ตรงบริเวณโค้งของถนนก็จะกลายเป็นช่วงของคอมังกร
แล้วหัวก็จะกลายเป็นตัวบ้านของเรา เท่ากับเรากลายเป็นหัวมังกรขึ้นมาแทน
2. การปลูกต้นไม้หน้าบ้านให้เป็นแนวตรง
เหมือนทำเป็นกำแพงป้องกันแนวโค้งธนู หรือว่าให้เป็นที่แขวนธนูนั่นเอง
การปลูกต้นไม้ให้เป็นแนวตรงถือเป็นการขวาง โดยใช้ต้นโมกซ้อนวางเป็นแนว โมก
ก็คือ หอกโมกศักดิ์ แปลงเป็นการชุมนุมอาวุธนั่นเอง
แต่ให้เราเป็นผู้ใช้อาวุธนี้ ไม่ใช่ให้อาวุธนั้นกำลังจะยิงเรา
ในกรณีที่เป็นหมู่บ้านจัดสรร เช่น ย่านถนนประชาอุทิศ
มีการปลูกสร้างหมู่บ้านสำหรับอยู่อาศัยเป็นจำนวนมาก ในตอนปลายของถนนสายนี้
มีลักษณะโค้งซึ่งเป็นทางเข้าหมู่บ้านแห่งหนึ่งที่ได้รับอิทธิพลของโค้งธนู
โดยปกติพื้นที่ที่ตกอยู่ภายใต้อิทธิพลของโค้งธนูจะอยู่ภายในรัศมี 1 ถึง 1.5
กิโลเมตร ทั้งนี้เป็นเพราะอิทธิพลของถนนสายใหญ่ คือ
แม่น้ำสายใหญ่ที่กระแสน้ำมีความเชี่ยวตามสภาวะธรรมชาติของการไหล
เมื่อน้ำไหลมาโดยเร็วจะมีการปะทะกันที่ตรงโค้งนี้ก่อนที่จะตีออก
ในการปะทะกันจะกินพื้นที่ตลิ่งเข้าไป
ทำให้เกิดกระแสที่เรียกว่าความสั่นไหวหรือความกระทบกระเทือนตรงโค้งนี้ทุก
ครั้งที่มีรถวิ่ง ความสั่นสะเทือนตรงนี้กระจายไปถึง 1 กิโลเมตร
แนวทางแก้ไขคือ หมู่บ้านนี้ต้องทำเป็นสวน คือ ทำเป็นแนวต้านทุกระยะ ๆ
เป็นแนวต้านดิน เราลองนึกถึงว่าหากเป็นน้ำจริงแล้ว
กระแสของน้ำที่กัดเซาะเข้าไป สิ่งที่อยู่ได้ต้านทานได้จะมีเพียงหินกับน้ำ
นั่นก็คือการสร้างเขื่อน ดังนั้นบ้านจะต้องเป็นบ้านที่มีความหนักแน่น
เพราะเราถือว่าสิ่งปลูกสร้างมีความหนักแน่นอยู่แล้ว
ฉะนั้นจึงต้องมีต้นไม้อยู่ด้วยเพื่อเป็นการลดการสั่นสะเทือนหรือแรงสะท้อน
จากจุดอันตรายตรงนี้ คือการมีต้นไม้หรือมีสวนอยู่ในหมู่บ้านนั้น
ถนนที่เป็นโค้ง ด้านหนึ่งจะเป็นสายรัดหยก อีกด้านหนึ่งจะเป็นโค้งธนู
ด้านที่เป็นสายรัดหยกจะเจริญกว่าอีกด้าน สิ่งที่จะแก้ไขคือ
ร้านค้าที่อยู่บริเวณโค้งธนู จะต้องปลูกไม้ดอกที่มีลักษณะเป็นซุ้ม
หรืออาจจะนำไม้เลื้อยมาพันไว้ เช่น ต้นใบระบาดหรือบานบุรีมาพันเป็นซุ้ม
ซุ้มต้นไม้เหล่านี้จะช่วยแก้ไขทำเลโค้งธนูได้
หรือในบริเวณที่มีสะพานลักษณะโค้งแบบนี้
เพราะเมื่อเวลาที่คนขับรถผ่านจะมองไม่เห็นความรกร้าง หรืออันตรายจากโค้งธนู
แต่กลับมองเห็นต้นไม้ดอกไม้แทน จุดเด่นจึงไปอยู่ที่นั่นคือความงอกงาม
ความเจริญเติบโต
เมื่อเรานำสิ่งที่มีความเจริญงอกงามเติบโตกระจายมาใส่ตรงนี้แทนอยู่ตลอดเวลา
แถบนี้ก็จะเกิดบรรยากาศของความเจริญงอกงามและเจริญเติบโตขึ้นมา

เส้นทางของรถไฟฟ้าจะมีช่วงที่มีการโค้งไปมาเข้าเกณฑ์ของลักษณะโค้งธนู ตึก
อาคารบริเวณนั้นจึงได้รับกระแส
บุคคลที่อยู่ในตึกนั้นย่อมได้รับอิทธิพลไปด้วยเพราะนั่งทำงานอยู่ในตึกนั้น
ทุกวัน แนวทางในการแก้ไข ตึกหรืออาคารดังกล่าว
บริเวณที่มองเห็นการโค้งนี้หากมีระเบียงให้จัดวางต้นไม้
แต่ถ้าไม่มีระเบียงให้วางกระถางต้นไม้ตรงหน้าต่างในจุดที่สายตามองเห็น
เพื่อให้เป็นการบังหรือดึงสายตาให้ไปปะทะกับสิ่งเหล่านี้แทน
การแก้ทำเลโค้งธนูนี้เราใช้ต้นไม้ แต่ถ้าเป็นบ้านจะต้องทำให้บ้านนั้นดูเด่น
ดูข่ม แข่งกับทำเล อาจประดับด้วย กระดิ่งลม ต้นไม้ ฯลฯ
ห้ามไม่ให้นำกระจกสะท้อนมาติด
เพราะเท่ากับเป็นการดึงเอาโค้งนั้นเข้ามาอยู่ในตึกของเราแทน
การที่บ้านมีทิศมังกรที่ชัดเจนและปรับแต่งไว้อย่างดี
แต่ว่าเจ้าของบ้านไม่ได้อยู่บ้านคือไม่มีโอกาสที่จะอยู่
อาจจะติดงานราชการที่ต่างประเทศ หรือว่าจัดทิศมังกรให้กับลูกอย่างชัดเจน
แต่ลูกไปเรียนอยู่ต่างประเทศ ทำเลที่จัดและมีมังกรชัดเจนอยู่ในเมืองไทย
จะส่งผลให้คนที่เคยอยู่บ้านนี้และไปอยู่ต่างประเทศหรือไม่
หลักการจัดบ้านหรือฮวงซุ้ยคนเป็น เรียกว่า "จัดหยาง"
เป็นหลักการเดียวกับการจัดฮวงซุ้ยคนตาย หรือ "จัดหยิน"
เราทำฮวงซุ้ยของบรรพบุรุษของเราดี จะส่งผลต่อลูกหลานถึง 7 ชั่วคน
โดยที่เราเองก็ไม่ได้ใช้ฮวงซุ้ยนั้น แต่ว่าที่บ้านเรา ห้องที่อยู่อาศัย
ตำแหน่งมังกรทำไว้ดีแล้ว ถึงจะไม่ได้ใช้
แต่ถ้าจัดทำเลไว้ถูกต้องตามดวงชะตา
สิ่งเหล่านี้ก็จะส่งผลเพราะที่นี่คือบ้านหลัก
ส่วนเจ้าตัวอาจจะถูกทำเลส่งไปเรียนก็ได้และก็ไปดี ถ้าทำเลเริ่มต้นไม่ดี
ก็เหมือนกับตัวเราออกจากห้องที่มีควันบุหรี่ ตัวเราก็ติดควันบุหรี่ไปด้วย
เรากลับเมื่อไหร่ก็ถูกอบด้วยควันบุหรี่ ร่างกายเราก็ไม่สมบูรณ์
หายใจเอาสิ่งที่ไม่ดีเข้าไป แต่ถ้าห้องนั้นเป็นห้องที่มีอากาศบริสุทธิ์
เราก็ออกจากห้องที่อากาศบริสุทธิ์ไป ฉันใดก็ฉันนั้น
ถ้าเราจัดห้องได้ถูกต้องตามทำเล ตามดวงชะตา ตรงกับธาตุของเรา เราไปอยู่ที่ไหน
กลับมาก็จะได้รับธาตุที่ดี ธาตุที่ดีก็จะส่งไปที่ที่ดี ยกตัวอย่างเช่น
ถ้าบ้านหลังหนึ่งขาดตำแหน่งมังกร ถ้าจะไปซื้อบ้านหรือที่ดินที่ไหน
ก็จะขาดตำแหน่งมังกรเหมือนกัน ไปขาดทิศเดียวกัน เพียงแต่ว่าสลับที่กัน
เพราะว่าแต่ละที่แต่ละแห่งจะหันหลังอิงไม่เหมือนกัน
แต่ว่าตำแหน่งที่ขาดเป็นตำแหน่งเดียวกันหมดทุกที่ เช่น ถ้าบ้านขาดทิศใต้
ถ้าจะไปซื้อบ้านใหม่ก็จะขาดทิศใต้เช่นเดียวกัน
เนื่องจากว่าเป็นกระแสที่สะสมเข้ามา พอไปซื้อบ้านใหม่ก็จะขาดสิ่งนั้น
จึงเป็นข้อยืนยันว่า ห้องของเรา สถานที่ของเรา ไม่ว่าจะใช้หรือไม่ใช้ก็ตาม
ก็จะส่งผล ถ้าเป็นบ้านหลักไม่ใช่บ้านรอง ก็ต้องวางทำเล
บางคนมีปัญหาว่า รู้ว่าตำแหน่งมังกรอยู่ตรงไหน
แต่ไม่มีโอกาสใช้ตำแหน่งมังกรตรงนั้นหรือว่าปรับแต่งได้ เช่น
บางคนตำแหน่งมังกรเป็นเป็นถังบำบัดน้ำเสียในบ้าน อย่างนี้ควรจะทำอย่างไรดี
สิ่งเหล่านี้อยู่ใต้ดินเรามองไม่เห็น
แต่เราเห็นพื้นที่ที่อยู่ด้านบนเป็นพื้นเรียบๆ
ก็สามารถที่จะทำพื้นที่ตรงนั้นให้เด่นได้ ยกตัวอย่างบ้านหลังหนึ่ง
ตรงมุมบ้านเป็นถังบำบัดซึ่งตำแหน่งมังกรอยู่ตรงนั้น
ก็ควรปรับพื้นที่ตรงนั้นให้เรียบและจัดสวนบนนั้น ทำตรงนั้นให้เด่นไปเลย
ถือว่าสิ่งที่เราเห็นเป็นสิ่งที่ดีแล้ว
ไม่ต้องไปนึกเจาะลึกลงไปในดินว่ามังกรเราเสียข้างใต้ เพราะที่จริงแล้ว
บนพื้นดินในโลกที่ไหนก็ตามก็เคยมีของเสียด้วยกันทั้งนั้น
ก็ถือว่าไม่เห็นแล้ว สามารถปรับแต่งใหม่ได้ จัดใหม่ได้
เรื่องของตำแหน่งมังกร สามารถนำไปปรับใช้ได้กับธุรกิจของทุกคนได้อีกด้วย
คำว่ามังกรที่เป็นนามธรรมนี้ ยังหมายถึงในแถบถิ่นที่อยู่อาศัยของเรานี้
ว่าเราเป็นหัว เราเป็นคอ เป็นท้อง หรือเป็นหางมังกรอย่างที่เคยพูดคุยกันมา
ถ้าเราทำบ้านของเราให้ดี เด่น ดูสวยงาม ในแถบนั้น ใครๆก็ต้องหันมาดู
ในซอยนั้นบ้านเราสวยที่สุด
บ้านเราก็เป็นมังกรในความหมายที่ไม่ได้มีตำแหน่งทิศ
แต่เป็นความเด่นหรือการดึงดูด เพราะว่าคำว่ามังกรที่เป็นนามธรรมนี้
จะมีความหมายถึง "พลังแห่งการดึงดูดทุกอย่างเข้ามา" เพราะฉะนั้น
ถ้าตรงไหนที่เป็นจุดที่ดึงดูดสายตา ตรงนั้นเป็นมังกร
เหมือนกับลักษณะโหงวเฮ้งของคนเดินมา มีสง่าราศี ท่าทางบุคลิกดี
จนทุกคนต้องหันไปมอง คนๆนั้นเป็นมังกร เหมือนกับคำว่ามังกรในหมู่มวลมนุษย์
เพราะฉะนั้นคำว่ามังกรหมายถึง จุดที่ดึงดูดสายตา
พลังงานทุกอย่างเข้ามาหาตัว บุคคลที่มีบุคลิกดีๆ ก็จะดึง ณ
เมตตาหรืออะไรดีๆเข้าสู่ตัวเพราะว่ามีลักษณะดี และบ้านก็เช่นเดียวกัน
ลึกลงไปกว่านั้นก็คือการจับทิศมังกรตรงๆ ก็จะเป็นมังกรที่เรารู้เลยว่า
พลังงานที่ดีที่สุดของบ้าน ตรงไหนดีที่สุด
หรือถ้าเป็นหมู่บ้านก็จะมีทิศมังกรของหมู่บ้านอีกเช่นเดียวกัน
โดยใช้หลักเดียวกัน อย่างหมู่บ้านหลังอิงทิศใต้
มังกรของหมู่บ้านก็จะอยู่แถบตะวันออก
บ้านที่อยู่แถบนั้นก็จะเป็นบ้านที่มีพลังงานมากที่สุด เป็นต้น
การที่จะดูว่าบ้านเราเป็นมังกรหรือเปล่านั้น
ก็คือเราได้ตกแต่งบำรุงรักษาบ้านเราให้ดูดีที่สุดในละแวกนั้นหรือเปล่า
คนจีนส่วนมากจะเซ้งบ้าน เซ้งตึกอาคารพาณิชย์กัน 20 - 30 ปี
และเมื่อหมดสัญญาแล้วก็ไม่ได้กรรมสิทธิ์ ก็เลยไม่ทาสี ไม่ดูแลรักษาอะไรเลย
ดังนั้นจะเห็นตึกแบบนี้หลายๆที่ในกรุงเทพเป็นอย่างนี้ ดูรกรุงรัง ซอมซ่อ
สีไม่ทา ถึงแม้จะถูกทิศมังกรแต่ก็จะทำให้ทำเลเสียไป
มังกรจะมีที่ตัวเรา ตัวบ้าน และมีทิศของตัวบ้าน ตัวเราทำตัวให้เด่นด้วยบุคลิก
ความคิด การวางตัว การทำตนเป็นคนดี ก็จะดึงดูดทุกอย่างเข้ามาหาตัว
และบ้านเรา ต้องทำทิศมังกรให้เด่น ก็จะเป็นข้อดีอย่างที่สอง
แต่ถ้าปรากฎว่า บ้านของเราโทรมที่สุดในแถบนั้น ตัวบ้านเราคือหางมังกร
ฉะนั้นก็จะมีก็ดีอยู่สองส่วน แต่ส่วนที่เสียก็ไม่ได้ดึงอะไรเข้ามาหาเรา
แต่ว่าสามารถแก้ปัญหาทุกอย่างได้ ไม่มีอุปสรรค เพราะมีมังกรดีแล้ว 2
ตัวได้แก่ตัวเรา และทิศทาง เพราะฉะนั้น จะดีที่สุดต้องทำทั้ง 3
อย่างประกอบกัน ก็คือในบ้านแถบนั้น บ้านเราต้องดูดี ไม่โทรม
เรารักษาสภาพแวดล้อม ภายในบ้านของเรา ต้องจัดบ้านให้สะอาด โล่ง โปร่ง
ทิศมังกรเด่นที่สุด และตัวเราก็เป็นมังกรในหมู่มวลมนุษย์ด้วย ดีด้วยบุคลิก
ดีด้วยลักษณะ ดีด้วยความดีจากภายใน ทั้ง 3 อย่างประกอบกัน ไม่ว่าอุปสรรคใดๆ
เราก็สามารถที่จะแก้ปัญหาได้เช่นเดียวกัน
รูปทรงของบ้านที่ไม่ได้เป็นรูปสี่เหลี่ยม บางบ้านเป็นรูปตัวแอล
บางบ้านเป็นรูปตัวอยู่
บางบ้านเป็นสี่เหลี่ยมแต่บางมุมหายไปเพราะด้วยหลักทางสถาปัตยกรรมต่างๆหรือ
เพื่อความสวยงาม และมุมที่หายไปนั้นเป็นตำแหน่งมังกร
เจ้าของบ้านจะได้รับผลอะไรหรือไม่ ตำแหน่งมังกรที่ขาดหายไป
ก็เหมือนกับบ้านหลังนั้นจะไม่เสริมตัวเจ้าของบ้าน เป็นบ้านที่ขาดพลัง
เพราะฉะนั้นทางที่เราจะทำได้ สมมุติว่าบ้านมีบริเวณ
เป็นรูปตัวแอลและตำแหน่งที่ขาดอยู่ตรงที่แหว่งพอดี
ให้ทำสิ่งปลูกสร้างที่มีหลังคา เช่นซุ้มดอกเห็ด ทำชิงช้า สวนหย่อม
หรือต้นไม้ใหญ่ก็ได้ นั่นคือเราจำเป็นต้องใช้พื้นที่นั้น อย่าให้แหว่ง
เราใช้สิ่งปลูกสร้างง่ายๆอย่างที่ได้บอกไป
อันนี้ถือว่าเป็นพื้นที่ใช้สอยและเป็นสิ่งปลูกสร้างที่มีหลังคา
เท่ากับว่าเสริมตำแหน่งมังกรด้วย
ถ้าเป็นลักษณะของทางสามแพร่งหน้าบ้าน และบ้านหลังอิงทิศตะวันตกเฉียงใต้
หน้าบ้านหันไปทางทิศตะวันออกเฉียงเหนือซึ่งเป็นทิศมังกรของบ้าน
ทางด้านหน้าเป็นทางสามแพร่งตรงเข้ามาที่ตำแหน่งมังกรเลย
จะทำให้เกิดผลเสียกับเจ้าของบ้านหรือไม่ ทางสามแพร่งเกิดผลเสียอยู่แล้ว
ทิศมังกรคือทิศตะวันออกเฉียงเหนือซึ่งเป็นธาตุดิน
ทางสามแพร่งก็ตรงมาที่ทิศตะวันออกเฉียงเหนือธาตุดินเช่นเดียวกัน
ซึ่งธาตุดินจะเสริมธาตุทอง
เราก็เอากระดิ่งที่เป็นทองเหลืองหรือโลหะแขวนไว้หน้าบ้าน
เท่ากับสิ่งที่พุ่งมาที่มาจากธาตุดินกระทบกับสิ่งที่เป็นธาตุทองเป็นการ
เสริมบ้านเรา คือใช้วัฏจักรของการเสริมธาตุ
ลองสังเกตดูว่า ถ้าบ้านเรามักมีปัญหา อุปสรรค ติดขัด มีการทะเลาะเบาะแว้งกัน
ลองสังเกตดูตำแหน่งมังกรของบ้าน อาจจะเป็นลักษณะที่มีอะไรคุกคาม
ไม่ใช่แค่ทางสามแพร่ง
อาจจะเป็นตอไม้หรือมีอะไรสักอย่างเราต้องแก้ปัญหาจุดนั้นก่อนด้วยการเสริม
ธาตุ
มีบ้านหลังหนึ่งซึ่งอาจารย์เคยไปเยี่ยม ตำแหน่งมังกรไปตกอยู่ที่สระว่ายน้ำ
ซึ่งสระว่ายน้ำนั้นไม่ได้ใช้เลยและเป็นที่เพาะพันธุ์ของคางคก
ทำให้มังกรของบ้านเสีย
อาจจะทำให้เราถูกคนโกงหรือทรัพย์สินของเราอาจถูกครอบครองโดยคนอื่นตัว
เราอาจขี้หลงขี้ลืม ขาดพลัง มีอุปสรรคในหน้าที่การงานเสมอๆ
ไม่ใช่เฉพาะตำแหน่งมังกรเสียเท่านั้น แต่ถ้าวางธาตุที่ชง กัน ธาตุที่ไม่ถูกกัน
เช่น ทิศใต้เป็นธาตุไฟและเป็นมังกรของบ้าน เราเอาน้ำไปวางตรงนั้น
มันเด่นมันสวยก็จริง แต่ว่าจะทำให้มังกรเราหลับตลอดเพราะว่าน้ำดับไฟ
ทำให้คนในบ้านขาดพลัง เช้าชามเย็นชาม อาการเหมือนน้ำดับไฟ คือไฟมอด
คิดอะไรไม่ออก วิชาการไม่มี สมาธิสั้น เป็นต้น เพราะฉะนั้น
ไม่ใช่เพียงแค่ตำแหน่งมังกรไม่ขาดเท่านั้น
แต่ต้องระมัดระวังในเรื่องการวางสิ่งของที่ตรงนั้นนั้นด้วย
ซึ่งมังกรที่อยู่ตามที่ต่างๆสามารถสรุปเป็นธาตุต่างๆได้ดังนี้
-ทิศตะวันออก มังกรไม้
-ทิศตะวันออกเฉียงใต้ มังกรไม้
-ทิศใต้ มังกรไฟ
-ทิศตะวันตกเฉียงใต้ มังกรดิน
-ทิศตะวันตก มังกรทอง
-ทิศตะวันตกเฉียงเหนือ มังกรทอง
-ทิศเหนือ มังกรน้ำ
-ทิศตะวันออกเฉียงเหนือ เป็นได้ทั้งธาตุน้ำ ธาตุไม้ ธาตุดิน
บ้านแต่ละบ้านจะต้องมีทิศมังกรที่ชัดเจนและจำเป็นที่จะต้องได้รับการดูแลรักษา
เป็นอย่างดี เพื่อให้บ้านแต่ละหลังนั้น มีความเข้มแข็งของการเป็นมังกรที่ดี
คำว่า “มังกร” เป็นนามธรรม มีความหมายแสดงถึงความมีอำนาจ
หรือจุดที่มีพลังงานมากที่สุด
เป็นตำแหน่งที่ทำให้บ้านเหมือนมีพลังแม่เหล็กที่ดึงดูดสิ่งดีๆ เข้ามาหา
ก่อนอื่นเราต้องรู้จักทิศมังกรของบ้านแต่ละหลังก่อน
แล้วดูว่าบ้านแต่ละหลังนั้น ตำแหน่งมังกรเสียหรือไม่
ต้องปรับแต่งแก้ไขตรงนั้น ที่มักกล่าวอยู่เสมอว่า
บ้านมีชีวิตหรือไม่มีชีวิตอยู่ที่ตำแหน่งมังกร
สมมุติว่าตำแหน่งมังกรของบ้านเราเสีย บ้านหลังนั้นก็มีสภาพเหมือนไม่มีชีวิต
ไม่ได้ให้พลัง ไม่ได้ส่งเสริมผู้ที่อยู่อาศัย
โดยกำหนดทิศจากบ้านเรา ใช้หลักทิศหลังอิง ไม่ได้ดูจากทิศของหน้าบ้าน
ให้ดูว่าหลังบ้านของเรานั้นอิงทิศใด เพื่อคำนวณหาตำแหน่งมังกรของตัวบ้าน
ให้ใช้ทิศหลังบ้านเป็นหลัก
-
บ้านหลังอิงทิศตะวันออก ตำแหน่งมังกรของบ้านจะอยู่ทิศใต้
โดยมังกรของบ้านหลังนี้จะเป็นธาตุไฟ ไม่ควรวางตำแหน่งน้ำ
แต่ควรตกแต่งด้วยธาตุไม้หรือให้เด่นด้วยธาตุไม้ เช่น
การวางแจกันดอกไม้หรือปลูกต้นไม้หลังบ้านหรือใช้โทนสีเขียวตกแต่ง
เพื่อเสริมความเป็นมังกรไฟ
-
บ้านหลังอิงตะวันออกเฉียงใต้ ตำแหน่งมังกรจะอยู่ทางทิศเหนือ
ถือเป็นมังกรธาตุน้ำ ควรวางตู้ปลา
หรือน้ำที่มีการเคลื่อนไหวคือน้ำที่ให้ลาภให้ผล
-
บ้านหลังอิงทิศใต้ ตำแหน่งมังกรของบ้านจะอยู่ที่ตำแหน่งทิศตะวันออก
เป็นมังกรธาตุไม้ ควรเสริมด้วยธาตุน้ำ เพราะน้ำก่อให้เกิดไม้ เช่น
วางตู้ปลาหรือน้ำที่มีการเคลื่อนไหว
-
บ้านหลังอิงทิศตะวันตกเฉียงใต้
ตำแหน่งมังกรจะอยู่หน้าบ้านคือทิศตะวันออกเฉียงเหนือ มังกรธาตุดิน
ควรเสริมตำแหน่งนี้ด้วยอ่างบัวหรือตั้งโอ่งมังกรก็ได้
-
บ้านหลังอิงทิศตะวันตก ตำแหน่งมังกรจะอยู่ทางทิศตะวันตกเฉียงเหนือ
เป็นมังกรธาตุทอง ซึ่งส่วนใหญ่ตำแหน่งนี้มักจะเป็นครัว ถ้าเป็นครัว
ภาชนะในครัวควรเป็นหม้อดินหรือพวกเครื่องสแตนเลส
หรือชั้นบนตั้งห้องพระทางทิศนี้ก็จะดี
-
บ้านหลังอิงทิศตะวันตกเฉียงเหนือ ตำแหน่งมังกรอยู่ในทิศตะวันตก
เป็นมังกรธาตุทอง
ควรปรับแต่งทิศนี้ด้วยเครื่องปั้นดินเผาหรือวางโต๊ะกลมขาวก็ได้
หรือจะใช้สีสันที่ออกเป็นทอง คือ สีเหลืองหรือสีน้ำตาล
-
บ้านหลังอิงทิศเหนือ ตำแหน่งมังกรจะอยู่ทางทิศตะวันออกเฉียงใต้
ตกมังกรธาตุไม้
ต้องทำให้เด่นด้วยแจกันดอกไม้หรือวัตถุมงคลที่ให้ความหมายในทางที่อ่อนโยน
เช่น โป๊ยเซียน หรือนางฟ้าดีดพิณ เป็นต้น
- บ้านหลังอิงทิศตะวันออกเฉียงเหนือ ตำแหน่งมังกรอยู่ทางทิศตะวันตกเฉียงใต้ ควรเสริมด้วยน้ำ
ตำแหน่งมังกรมีความสำคัญค่อนข้างมาก ในบ้านแต่ละหลังไม่ควรไห้ตำแหน่งมังกรเสีย
เพราะจะทำให้ไม่ส่งเสริมเจ้าของบ้านด้วย แต่ถ้าเราไม่แน่ใจในตำแหน่งมังกร
เราก็ควรจัดบ้านให้สะอาด โปร่ง ไม่รก และหมั่นดูแลห้องเก็บของ
จัดวางให้เป็นระเบียบ ปัดกวาดให้ดี
เพราะเผื่อว่ามังกรของบ้านจะไปอยู่ในห้องเก็บของ
ถ้าตำแหน่งมังกรของบ้านเป็นที่จอดรถ ก็ไม่เป็นไร เพราะว่าตำแหน่งมังกรที่เสียหมายถึงไม่มีหรือขาดไปเลย แต่โรงรถเป็นพื้นที่ใช้สอย เราก็จัดตามทิศ
สมมุติว่าบ้านหลังอิงทิศตะวันออกและตำแหน่งมังกรของบ้านทางทิศใต้เป็นโรงรถ
และเป็นธาตุไฟ เราก็ตกแต่งด้วยธาตุไม้ คือเสริมตรงโรงรถของเราด้วยธาตุไม้
คือ การวางต้นไม้ ปลูกต้นไม้นั่นเอง
พื้นที่ที่อยู่อาศัยบนคอนโดมิเนียม อพาร์ทเม้นท์ ให้ดูจากประตูทางเข้า
ถ้าเข้าไปแล้วเจอห้องน้ำ ครัว ส่วนรับประทานอาหาร
จะถือว่าตรงนี้คือหลังบ้าน แต่ถ้าเปิดประตูเข้าไปแล้ว ห้องน้ำ ครัว
ไปอยู่ติดระเบียง จะถือว่าหลังบ้านไปอยู่ที่ระเบียง
หน้าบ้านอยู่ที่ประตูทางเข้า
ที่ประเทศจีน
สิ่งที่โดดเด่นและสะดุดตามากที่สุด คือ ลักษณะของภูเขาในประเทศจีน
ซึ่งเป็นภูเขาที่เราไม่เคยเห็นมาก่อนในประเทศไทย เพราะว่าต้องแหงนหน้ามอง
และมองออกไปไกลๆ จะมีรูปทรง ลักษณะ สัณฐาน ที่ดูแล้วให้ความรู้สึกว่า
มันยิ่งใหญ่ ถ้าเราเปรียบเทียบกับสิ่งของที่เราจับต้องได้
ภูเขาของประเทศจีนจะเต็มตา ชัดเจนไปหมด
ให้ความหมายในเรื่องของทำเลค่อนข้างมาก และให้ความรู้สึกว่า
ชนชาวจีนอยู่ในสภาพแวดล้อมที่ทำให้คนนั้นต้องมีความอดทน บึกบึน หนักแน่น
แล้วก็ต่อสู้ อันนี้เป็นข้อที่ชัดเจนที่สุด และมีความหมายว่า
มีอุปสรรคนานับประการ เพราะภูเขานั้นก็เหมือนกับหินก้อนใหญ่ๆ
เป็นต้นกำเนิดของวิชาที่มีมานานประมาณ 5,000 ปี เป็นวิชาเก่าแก่
เป็นวิชาที่บัญญัติมาจากภูเขา แล้วก็ยังเป็นแหล่งของตำนาน ความเชื่อ
ประเพณีต่าง ๆ ด้วย
ดังนั้นจึงไม่น่าแปลกใจที่ประเทศจีนเป็นประเทศที่ยิ่งใหญ่
แล้วก็เป็นประเทศที่ให้ความหมายในเรื่องของทำเลค่อนข้างมาก
ยุคนี้เป็นยุคของทิศตะวันออกเฉียงเหนือ ก็ดูเหมือนจะพัฒนาไปถึงจุดนั้น
ประเทศจีนยังมีความสำคัญในด้านที่ตรงกับศาสตร์ที่เราเรียนรู้กันอยู่
ถ่ายทอดออกมาในเรื่องของทำเล ภูมิประเทศ

ประเทศจีนไม่เพียงแต่จะเป็นแผ่นดินที่กว้างใหญ่ไพศาล ยังเป็นดินแดนแห่งเทือกเขา
ภูเขา สภาพภูมิศาสตร์ 2 ใน 3 ของแผ่นดินเป็นภูเขาและที่ราบสูง
ในแผนที่ประเทศจีน จะมีภูเขาที่ยิ่งใหญ่ อยู่ 5 ขุนเขา
1. ขุนเขาทางด้านเหนือ คือ "เขาเห้งซัว"
2. เขาทางด้านตะวันออก คือ "เขาไท้ซัว หรือ ไท้ซาน"
3. ภาคกลาง คือ "เขาทรงซัว" ซึ่งเป็นที่ตั้งของ สำนักเสี่ยวลิ้มยี่
4. ทางด้านใต้ คือ "เขาห้วงซัว"
5. ทางด้านทิศตะวันตก คือ "ฮั้วซัว หรือ หัวซาน"
ใน
5 ขุนเขานี้ ภูเขาที่มีชื่อที่รู้จักกันมากคือ ภูเขาทรงซัว กับ ไท้ซัว
เพราะเป็นสถานที่ที่กษัตริย์โบราณไปสักการะฟ้าดิน ในทางโหงวเฮ้ง ขุนเขาทั้ง
5 ก็ได้นำมาเปรียบเทียบในการสอนสำหรับชาวจีนว่า ทางด้านเหนือของหน้า คือ
หน้าผาก เปรียบเสมือน เขาเห้งซัว ทางด้านตะวันตกและตะวันออก คือ แก้ม 2
ข้างเปรียบเสมือน เขาฮั้วซัวและไท้ซัว ตรงกลาง คือ เนินจมูก เปรียบเสมือน
เขาทรงซัว ทางด้านใต้ คือ คาง เปรียบเสมือน เขาห้วงซัว เนินทั้ง 5
บนใบหน้านี้ต้องโหนกนูน

ทางด้านตะวันออกของจีน คือ เขาไท้ซัว เป็นธาตุไม้ สีเขียว
เป็นสัญลักษณ์ของฤดูใบไม้ผลิ จะเห็นว่า
ทางด้านตะวันออกของจีนจะติดทะเลจีนใต้ และแถบนี้จะมีเมืองท่าหลายแห่ง
โดยเฉพาะอย่างยิ่ง เซี่ยงไฮ้ ธาตุไม้ ตะวันออก หมายถึง การค้าขาย
การขนส่งต่างๆ ฤดูใบไม้ผลิ หมายถึง หยาง มังกรเขียว
ดังนั้นเขาไท้ซัวจึงให้ความหมายของ การเคลื่อนไหว ความอบอุ่น
ความเป็นมังกรของพื้นที่ นอกจากนี้ ทิศตะวันออกยังหมายถึง
ประสบการณ์ที่กว้าง และเป็นทิศของชายใหญ่ ชายฉกรรจ์
และเป็นทิศของการสร้างเสริมประสบการณ์
ถ้าหากว่ามีการส่งเสริมทางด้านการศึกษา เปิดมหาวิทยาลัยใหญ่ๆขึ้นในแถบนี้
ประเทศจีนจะมีความเจริญ ในปัจจุบันแถบนี้หนักไปทางค้าขาย
อันนี้ก็ส่งเสริมเช่นเดียวกัน
ทางด้านตะวันตกของจีน คือ เขาหัวซาน เป็นตำแหน่งเสือ ธาตุทอง สีขาว
เป็นสัญลักษณ์ของฤดูใบไม้ร่วง ในทางฮวงจุ้ย แถบนี้จะเป็นลักษณะของหยิน
เขาทอดตัวยาวในแนวตะวันตก ก็ให้ความหมายของหยินเป็นใหญ่
ทางด้านตะวันตกเป็นถิ่นของวีรสตรีสำคัญๆของจีน ในบางแห่งของบริเวณนี้
มีความเชื่อว่ามีเจ้าแม่ ไซหวังหมู่ หรือที่เรียกว่า ซีหวังหมู่ มาประทับ
(ไซ แปลว่าตะวันตก) จึงทำให้บริเวณนี้ ปลูกท้อ ปลูกลิ้นจี่
และผลไม้อื่นๆได้ดีมาก เป็นที่อุดมสมบูรณ์
ทางด้านใต้ของจีน คือ เขาฮั้วซัว เป็นเขาซึ่งเลยคุนหมิงออกมาทางด้านกวางโจว
ทิศใต้เป็น ธาตุไฟ สีแดง เป็นสัญลักษณ์ของฤดูร้อน
ความสมบูรณ์ของพืชพรรณต่างๆ ทางด้านใต้นี้ จะเป็นแหล่งที่มีบัณฑิต กวี
ที่มีชื่อเสียง ฉลาดเฉลียว อบอุ่น เนื่องมาจากได้รับอิทธิพลของ ภูเขา
ทิศใต้ ธาตุไฟ ที่หมายถึงชื่อเสียง
ทางด้านเหนือของจีน คือเขา เห้งซัว เป็นธาตุน้ำ สีดำ เป็นสัญลักษณ์ของฤดูหนาว
ถ้าเลยจากเขาเห้งซัว ขึ้นไป ก็จะเป็นที่ราบกว้างใหญ่ ทางโหงวเฮ้ง
เปรียบว่าเป็นส่วนของหน้าผาก ทางด้านเหนือนี้จะหมายถึง การประสบผลสำเร็จ
ชัยชนะ จึงมีการกล่าวกันว่าใครครอบครองดินแดนภาคเหนือของประเทศจีนได้
ก็มักจะได้ตีถึงเมืองหลวง อย่างกลุ่มของเมืองเหลียวในอดีตกลายมาเป็นกิมก๊ก
แล้วก็กลายมาเป็นแมนจูในที่สุด ดังนั้น บนใบหน้าของบุคคล
หน้าผากก็เป็นจุดที่สำคัญที่สุด ซึ่งตรงกับนรลักษณ์ของอินเดีย
ที่ว่าส่วนตรงกลางระหว่างคิ้ว เป็นจุดชีวิต
ตรงส่วนกลางของประเทศจีน คือเขา ทรงซัว เป็นธาตุดิน สีเหลือง
ธาตุดินเป็นตำแหน่งที่สำคัญ ทางโหงวเฮ้ง เปรียบว่าเป็น ตำแหน่งจมูก แสดงถึง
ความกล้าหาญ และความหนักแน่น ที่ประเทศจีน บริเวณนี้ จะเป็นศูนย์รวม
ศิลปะวิทยาการของจีน
วัดเสี่ยวลิมยี่ก็อยู่บนยอดเขายอดหนึ่งบนเขาทรงซัวแห่งนี้
ในส่วนของตุ๊กตาของผู้ใหญ่ ก็จะเป็นตุ๊กตาที่เป็นวัตถุมงคล
หรือบางคนอาจจะชอบสะสมเหยี่ยวหรือพวกสัตว์ต่าง ๆ เราก็ต้องสังเกตดูอีกว่า
สัตว์เหล่านั้นมีความหมายอย่างไร เช่น เหยี่ยว คือการแข่งขัน เสือ
ไม่ควรมีลักษณะที่กำลังหากินหรือเป็นเสือที่อด
ลักษณะอย่างนี้เราต้องดูด้วย หรือมีม้าที่มีความคึกคักอยู่อย่างสม่ำเสมอ
มีหลักการวิชาการดี คืออยู่ที่ว่าเราสะสมอะไร
มีที่ทำงานแห่งหนึ่งทำงานเกี่ยวกับการก่อสร้างคอนกรีต
ปรากฏว่าภายในห้องมีแต่รูปแรด ตั้งแต่ตัวใหญ่สุดจนกระทั่งถึงลูกแรด
วางรายล้อมรอบตัวเต็มไปหมด ก็คือเขาชอบแรด ผลก็คือ
ตัวเขาต้องอดทนเหนื่อยยาก เขาทำเสาคอนกรีตอยู่แล้วก็ไม่เป็นไร
แต่ก็ต้องอดทนและเหนื่อยเหมือนกับแรด มันไม่รวย คือ แรดมันมากไป
เลยให้เลือกตัวที่รักที่ชอบไว้สัก ๒-๓ ตัว
แล้วหาสิ่งของอย่างอื่นที่มันเข้ากัน มาผสมผสาน
ทุกอย่างขอให้อยู่ในความพอดี อย่าให้มากเกินไป
แม้กระทั่งวัตถุมงคลต่าง ๆ ไม่ใช่ว่าเมื่อเดินเข้าห้องไปแล้ว
พบแต่วัตถุมงคลเต็มไปหมดและมีขนาดใหญ่ยักษ์ทั้งสิ้น ถ้ามีขนาดเล็ก ๆ
ก็ไม่มีผล แต่ถ้าใหญ่ตั้งเต็มไปหมด
ก็จะส่งผลในลักษณะของการคุกคามบุคคลได้เช่นกัน อะไรก็ตามที่มันมากเกินไป
ก็ย่อมไม่ส่งผลดีให้ หรือรูปปั้นที่เป็นลักษณะแบบโรมัน แม้ว่ามันอ่อนช้อย
แต่อย่าลืมว่าเทพโรมันวุ่นวายที่สุด มีทั้งสงคราม อิจฉาริษยา
มีทั้งแก่งแย่ง ซึ่งถือเป็นความหมายของโลกียะโดยสมบูรณ์
ตุ๊กตาไทยดีอยู่อย่างหนึ่ง คือ เขาไม่นิยมทำให้มันมีขนาดใหญ่โต หากทำขนาดเล็ก ๆ
น้อย ๆ กระจุ๋มกระจิ๋ม ดูแล้วสบายตาสบายใจและร่มเย็น แต่ว่าเล่นมากไปหน่อย
ก็จะเฉื่อยมากไปหน่อย
สมมุติว่าเมื่อเข้าห้องไปแล้วมีแต่ตุ๊กตาแบบนี้ทั้งหมด
ห้องนี้ควรที่จะใช้เป็นห้องพักผ่อนมากกว่า ถ้าหากจะวางรูปปั้น
ก็ต้องดูว่ารูปปั้นนั้นมีความหมายในเรื่องของการรบ
หรือมีความหมายถึงความสงบสุข ก็ต้องดูอีกเหมือนกัน
มีบ้านหลังหนึ่ง ห้องภรรยามีรูปปั้นสุนัขตั้งเรียงไล่มาตั้งแต่ทางเข้า
แล้วตรงโต๊ะที่นั่งก็ยังมีรูปปั้นสุนัขที่เป็นลักษณะรูปเหมือนจริงเลยนั่ง
แยกเขี้ยวอีก ผู้เป็นสามีไม่เข้าห้องนั้นเลย เพราะว่าภรรยาดุ
นั่นคือบรรยากาศในที่นั้นคือการป้องกันแล้วก็ดุ
แต่เนื่องจากมันมีมากเกินไปภายในห้อง ก็เลยทำให้ดุ
ตัวเราก็พลอยได้รับกระแสความดุตรงนั้นไปด้วย ทั้ง
ๆที่เราไม่ได้ไปดุเหมือนรูปปั้นสุนัขนั้น
แต่หมายความว่าบรรยากาศในห้องนั้นคือ “ความดุ”
เมื่อเราเข้าบ้านด้วยความหนักแน่นมั่นคง เพราะมีเฟอร์นิเจอร์ใหญ่ ๆ
น่าเกรงขามหมด เหล่านี้ก็ได้อีกอารมณ์หนึ่ง
เราเข้าบ้านมีตุ๊กตาแบบไหนก็ก่อให้เกิดอารมณ์แบบนั้นเหมือนกัน
ตุ๊กตาจึงมีผลต่อฮวงจุ้ยอย่างแน่นอน