แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ ฮวงจุ้ยเข้าใจง่าย แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ ฮวงจุ้ยเข้าใจง่าย แสดงบทความทั้งหมด

ความสังเกตกับฮวงจุ้ย ตอนที่ ๒

ในทางฮวงจุ้ย เราต้องใช้การสังเกตทั้งในสิ่งที่ตามองเห็น และตามองไม่เห็น ใช้ความรู้สึกที่ไม่ใช่ไสยศาสตร์ เป็นความรู้สึกที่มีเหตุและผลมารองรับเสมอ เช่น หมู่บ้านจัดสรรบางโครงการ ผ่านไป 2-3 ปียังไม่แล้วเสร็จ ก็ต้องหาเหตุผลแล้วว่า เป็นเพราะอะไร เป็นการฝึกฝนเพิ่มปัญญาให้เรา ด้วยการฝึกถามตอบกับตนเองให้อยู่ในเนื้อในนิสัย ไม่ใช่ดูทุกอย่างผ่านๆไป เวลาจะมาดูฮวงจุ้ยค่อยมาสังเกต แบบนี้เราจะไม่ได้อะไรเลย เพราะการเป็นคนช่างสังเกตตลอดเวลาจะสั่งสมข้อมูลให้เรา ทุกคำถามมีคำตอบให้กับทุกสถานที่ที่เราเห็น เราผ่าน ด้วยหลักวิชาที่อาจารย์ถ่ายทอดให้ไว้ เหมือนดังที่ขงจื๊อกล่าวว่า "ทุกคนที่เดินผ่านเราคืออาจารย์ ดังนั้น ทุกพื้นที่ที่เราผ่านมาก็เป็นอาจารย์ของเราเช่นกัน"

แม้แต่สภาพโต๊ะทำงานที่รก ก็ต้องถามว่า เจ้าของโต๊ะประสบปัญหาอะไรบ้าง เป็นการรับรู้ได้ด้วยตนเอง แล้วมาพิเคราะห์ว่า เหตุที่เกิดขึ้นมาเพราะโต๊ะรกหรือเปล่า หรือเพราะว่าเราไปเปลี่ยนแปลงอะไรหรือเปล่า แล้วก็ตามดูสักพักว่าเป็นอย่างที่เราคิดไว้หรือไม่ เป็นการวิเคราะห์เหตุที่มาก่อน

หรือในกรณีที่เราจัดห้องใหม่ เช่น จัดห้องพระ แล้วมีเหตุเกิดขึ้นต่อเนื่องกันมาหลายๆ ครั้ง ผ่านการตามเฝ้าดู สังเกตด้วยตนเองมาเรียบร้อยแล้ว หากเกิดเหตุบางอย่างที่ผิดปกติเกิดขึ้น เราก็ต้องสังเกตว่า มีอะไรเป็นตัวเร่งให้เกิดหรือเปล่า เป็นต้นว่า เปลี่ยนประตูใหม่ เปลี่ยนที่นั่งผู้บริหารใหม่หรือเปล่า

สมมติว่า ในระหว่างการเดินทาง เราสังเกตเห็นรั้วกั้นริมถนนสีแดงหน้าร้านค้า ก็ต้องวิเคราะห์ดูว่า การค้าแถบนั้นตกหรือไม่ หากว่าการค้าไม่ค่อยดีในขณะที่เมื่อก่อนตอนไม่มีรั้วนี้ยังค้าขายดีอยู่ เราก็จะไม่นำรั้วลักษณะนี้ไปตั้งไว้หน้าบ้านหรือหน้าร้านของเราเป็นอันขาด เพราะมีความหมายของคำว่า "ไม่"

เส้นประหรือลูกศรบนถนน ก็มีความหมายในทางฮวงจุ้ย ไม่ใช่ว่ามีไม่ได้ หากแต่มีแล้วบอกอะไร

สิ่งใดก็ตามที่ดึงดูดสายตา ทำให้มีจุดเด่น ถือว่าสิ่งนั้นมีพลัง เราสามารถนำไปปรับประยุกต์ ในกรณีที่บ้านของเราเงียบเกินไป จะด้วยเหตุที่อยู่คนเดียว ห้องมีเยอะแต่ผู้อยู่อาศัยน้อย ด้วยการทำให้ห้องเหล่านั้นเด่นขึ้นมา มีชีวิตชีวาขึ้นมา ด้วยการติดนาฬิกาที่มีเสียงเพลง เพราะเสียงเพลงก่อให้เกิดคลื่น ซึ่งก็คือ ความเคลื่อนไหว ความมีชีวิตนั่นเอง

แม้แต่การทำความสะอาดที่ทำให้เราต้องยกข้าวของขึ้นมา ก็ทำให้เกิดคลื่นของความมีชีวิตเช่นกัน ด้วยเหตุนี้ อาจารย์จึงมักถามว่า ทำความสะอาดห้องพระหรือยัง ด้วยเหตุที่ว่า ห้องที่มีพลังสูงสุดในแต่ละบ้านก็คือ ห้องพระ ในขณะที่ห้องที่มีพลังอ่อนที่สุด คือ พลังนิ่งที่สุด ก็คือ ห้องนอน นั่นเอง

ถ้าในห้องนอน มีเครื่องออกกำลังกาย โต๊ะทำงาน คอมพิวเตอร์ เครื่องเสียง แทบจะมีทุกอย่างในห้องนั้นด้วย ก็จะส่งผลให้สมองฟุ้งซ่าน นอนไม่หลับ ให้ถามตัวเองว่า อะไรสำคัญที่สุดในห้องนอน เป็นโต๊ะทำงาน หรือโทรทัศน์ หรือ เตียงนอน สิ่งที่เราให้ความสำคัญในห้องนอนนั้น จะบอกพฤติกรรมของตัวเรา

ส่วนห้องน้ำนั้นเป็นจุดจ่ายออก ประตูบ้านเป็นจุดรับทรัพย์ ถ้าจะบอกว่าห้องน้ำไม่มีพลัง ไม่ได้ เพราะเราใช้อยู่ทุกวัน จึงมีความเคลื่อนไหวแน่นอน

ดังนั้น ใครที่ชอบอยู่ในห้องน้ำที่มีขนาดใหญ่นานๆ อย่างมีความสุข ก็จะมีเรื่องให้ต้องจ่าย บางคนอาจจะหมายถึง การเดินทางบ่อยมาก นั่นคือ จ่ายตัวเองออกจากบ้านไป วิธีแก้ก็คือ ตรงประตูหน้าบ้าน ซึ่งถือเป็นประตูรับทรัพย์ ทำให้มีพลังด้วยการทำให้พื้นที่แถบใกล้กับประตูหน้าบ้านนั้นโดดเด่น ด้วยการจัดวางต้นไม้ กระถาง สิ่งของประดับตกแต่ง แล้วให้ไปใช้งานแถบนั้นให้มากที่สุด เท่ากับว่า จุดรับและจุดจ่ายมีพลังเท่ากัน เกิดความสมดุลแล้ว

ห้องน้ำในบางบ้านนอกจากจะมีขนาดใหญ่โตแล้วยังยกเป็นแท่นสูงขึ้นไป และถ้าห้องน้ำยังสูงกว่าเตียง นั่นหมายถึง ดอกเบี้ย

ในเรื่องจุดเด่น การไปดูบ้านหรือที่ดินนั้น เราต้องสังเกตว่า ก่อนเดินทางไปถึง มีจุดเด่นอะไร หรือถึงที่ดินแล้วมีอะไรเด่นกว่า เช่น ที่ดินบางแปลง ก่อนจะถึง มีตึกใหญ่มากจนต้องหันไปมอง ลืมมองที่ดิน ที่ดินผืนนี้จะขายยาก

หรือที่ดินบางแปลงต้องผ่านสุสานเข้าไป ทำให้ขายได้ยาก เราไม่สามารถย้ายสุสานออกไปได้ เราก็ต้องทำที่ดินแปลงนี้ให้โดดเด่น ด้วยป้าย ด้วยความร่มรื่นร่มเย็นในพื้นที่ ด้วยต้นไม้ ด้วยน้ำ จะมีความหมายว่า ผ่านขวากหนามเข้าไปแล้ว พบกับความสดใส โอ่อ่า ร่มรื่น ร่มเย็น ในทางกลับกัน หากต้องผ่านที่ตายแล้วอย่างสุสานเข้าไปแล้ว ยังเจอกับทางเข้าแคบๆ เล็กๆ คนย่อมไม่อยากซื้อ ที่ดินผืนนั้นก็ต้องใช้ทำสวน ปลูกพืช ไม่เหมาะจะเป็นที่อยู่อาศัย

นอกจากนี้ เราต้องทำความเข้าใจว่า "อะไรที่มีมากเกินจนก่อให้เกิดความรกตานั้น ถือว่า มากเกินไป ไม่มีจุดเด่น" ลองนึกถึงระบบสุริยะ ที่แบ่งแยกเรียงลำดับความสำคัญ ด้วยขนาด ด้วยพลัง

ดังนั้น เวลาจะดูอะไรให้เราดูแบบนั้นเหมือนกัน คือดูว่า ที่นั้น มีอะไรเป็นจุดดึงดูด และจุดนั้นมีพลังหรือเปล่า เมื่อมาดูที่บ้านเรา หากเปรียบกับระบบสุริยะจักรวาล ก็ต้องดูว่าในบ้านใครเป็นดวงอาทิตย์ เป็นจุดดึงดูดมีพลัง แล้วมีดวงดาวที่รองลงมา

ที่บ้าน สามีเป็นดวงอาทิตย์ ซึ่งต้องให้ความสำคัญกับที่นั่ง ที่นอน ความสำคัญถัดมาก็สถานที่ทำงาน  ส่วนภรรยาเป็นดวงจันทร์ในบ้าน  เราต้องรู้จักเรียงลำดับความสำคัญ

ห้องพระกับบ้านต้องสมดุลกัน ไม่ใช่บ้านใหญ่โตแต่มีห้องพระเล็กนิดเดียว

ร้านค้าที่ตั้งอยู่ในแนวอาคารเดียวกัน หากร้านค้าใดโดดเด่นขึ้นมา ถือว่า ร้านค้านั้นเป็นหัวมังกรทันที หากร้านค้าใดด้อยสุดจะกลายเป็นหางมังกร ที่มักสะบัดไปมา มีความหมายว่า ร้านค้านั้นจะไม่แน่ไม่นอน

ธรรมชาติหรือโชคลาภจะวิ่งเข้าหาสิ่งที่โดดเด่นเสมอ ด้วยเหตุนี้ อาจารย์จึงให้ความสำคัญกับประตูทางเข้า คำว่าประตูนั้น หมายถึงทั้งประตูโครงการ ประตูรั้ว ประตูบ้าน ประตูเข้าห้อง ประตูจึงมีความสำคัญในแง่ของการตอบรับ ลาภ อาชีพ หากเรามักถูกปฏิเสธบ่อยๆ ต้องมีประตูบานใดบานหนึ่งในบ้านที่เปิดยาก เราต้องแปลเชิงสัญลักษณ์เหล่านี้ให้เป็น

อย่างไรก็ตาม ที่ควรระวัง คือคำว่า เด่นเกินจนไม่กล้าเข้า แบบนี้เรียกว่า "มังกรหัวขาด" ดังนั้น หากต้องการทำจุดไหนให้เด่น ก็ต้องใช้ปัญญาประกอบเพื่อไม่ให้โดดเด่นเกินไป ด้วยการปรับให้โดดเด่น สง่า อย่างเป็นธรรมชาติ

ดอกไม้ ตอนที่ ๓

ฮวงจุ้ยเสริมดวง, แต่งบ้านเสริมฮวงจุ้ย, ฮวงจุ้ยเข้าใจง่าย, ดวงจีน, ฤกษ์ยาม

ไม้เลื้อย อย่าปลูกเยอะจนเกินไป จนมีคำว่ารก เพราะจะหมายถึงคดีความ มีอะไรปกปิดซ่อนเร้น และบอกไปถึงนิสัยเจ้าของ
ไม้เลื้อยที่ไม่ต้องดูแล อย่าปลูกเยอะ เพราะหมายถึง เจ้าของบ้านเป็นคนเฉื่อย แต่ถ้าเป็นไม้เลื้อยที่ต้องตัดตกแต่ง เช่น ไม้เลื้อยตามซุ้มประตู ไม่เป็นไร
ต้นไม้ที่มีผลในเรื่องความเชื่อ เช่น
- ถ้าปลูกต้นสาบเสือเป็นสมุนไพรและปลูกเป็นจำนวนมาก จะทำให้คนในบ้านอารมณ์ร้อน ได้รับกระแสมา เพราะชื่อต้นไม้ คนโบราณตั้งชื่อตามคุณลักษณของมันอยู่แล้ว
- ต้นมะละกอ คนโบราณห้ามปลูกหน้าบ้าน เพราะมาจากภาษามอญ แปลว่า ตาย
- ชวนชม ปลูกบ้านที่มีลูกสาวไม่ดี ลูกสาวบ้านนั้นจะชอบเพลงยาว คบผู้ชาย
- ซ่อนกลิ่น เป็นดอกไม้หน้าศพ
- ชบาแดง ต้นรัตนโกสินทร์ นักโทษประหารตอนพาไปลานประหาร จะให้ทัดดอกชบาแดง จึงเป็นคติที่ว่า จะไม่ปลูกชบาแดงแต่จะปลูกสีอื่น เช่น ขาว เหลือง ส้ม ชมพู

ฮวงจุ้ยโชคลาภ, บ้านกับฮวงจุ้ย, จัดบ้านเสริมฮวงจุ้ย, ฮวงจุ้ยเตียงนอน

 เฟื้องฟ้า เป็นต้นไม้พิษไร้สภาพ เป็นไม้มีหนาม แห้ง เติบโตในพื้นที่ที่ไม่สมบูรณ์ตามเกาะกลางถนน ที่ร้อน หมู่บ้านร้าง  ไม่ควรปลูกติดตัวบ้านหรือติดหน้าต่างห้องนอนเด็ก จะทำให้เด็กสายตาเสีย แต่สามารถปลูกได้ในพื้นที่กว้างๆ มองไกลๆ แล้วดูสดชื่น
 
สาวน้อยประแป้ง เหมาะกับสถานที่ที่มีผู้หญิงทำงานเยอะ หรือทำงานเกี่ยวกับเครื่องสำอางค์ของใช้สตรี

เล็บครุฑ เหมาะกับฝ่ายบุคคล

แต่ที่ดีที่สุดที่สามารถปลูกได้ในสำนักงานทุกที่ คือ ว่านเขียวหมื่นปี กับ หนวดปลาหมึกแคระ

ฮวงจุ้ยโต๊ะทำงาน, ฮวงจุ้ยบ้าน, ฮวงจุ้ยคอนโด, ตกแต่งร้านค้า, อาจารย์แอน


องค์ประกอบที่ไม่สมดุล

โดยปกติที่พวกเราเน้นหนักเน้นหนาในการพิจารณาสถานที่ต่างๆ ว่าดีร้ายประการใด ในหลักของฮวงจุ้ยทุกสายทุกสำนักจะมีพื้นฐานเหมือนกันหมด คือ การพิจารณาความสมดุลของสภาพแวดล้อมเป็นอันดับแรก

จากที่อยู่อาศัยเล็กๆ เช่น คอนโดมิเนียม แฟลตเล็กๆ อพาร์ทเม้นท์ต่างๆ เหล่านี้ พอจะมองออกได้ไม่ยาก และนอกจากความสมดุลภายในห้องพักเล็กๆ นั้น ยังต้องมีการแบ่งสัดส่วนใช้สอยให้ชัดเจน แม้ห้องพักจะไม่ได้มีขนาดใหญ่ ก็สามารถจัดให้เป็นสัดส่วนได้เช่นเดียวกัน ทั้งนี้นอกจากจะขึ้นกับหลักวิชาในการจัดทำเลที่อยู่อาศัยแล้ว ยังต้องมีศิลปะรวมถึงความสามารถในการเลือกเฟอร์นิเจอร์ให้เข้ากับห้องพัก ทั้งขนาดและสีสันที่สอดคล้องกับเจ้าชะตาด้วย

องค์ประกอบของความไม่สมดุลอื่นๆภายในคอนโดหรือห้องพักนั้น จะเกี่ยวพันกับความมืดความสว่าง ซึ่งได้แก่แสงไฟที่พอเหมาะในยามกลางคืน และแสงจากดวงอาทิตย์ที่เข้ามาในเวลากลางวัน

ทางเข้าออกของลม ที่โล่ง ที่แคบ ที่เราเรียกว่า “ช่องลม” หรือระบบการถ่ายเทอากาศ ก็เป็นองค์ประกอบที่สำคัญของความเหมาะสมหรือความสนดุลภายในห้องพักที่อยู่อาศัย

การจัดวางเฟอร์นิเจอร์ที่มีขนาดพอเหมาะพอเจาะ รวมถึงลักษณะรูปทรง ที่อาจจะแก้ไขความสมดุลของห้องให้ดีได้ และอาจทำให้ความสมดุลของห้องเสียไปได้เช่นเดียวกัน

องค์ประกอบเหล่านี้ เป็นสิ่งที่นักดูฮวงจุ้ยหรือผู้ที่กำลังศึกษา ต้องสังเกตให้ดีก่อนที่จะไปเข้าหลักวิชาอื่นๆ เช่น จุดที่มีพลังที่สุดของห้อง หรือจุดที่มีพลังน้อยที่สุด ตำแหน่งภายในห้องกับการใช้สอย หรือการจัดห้องตามดวงดาวในชะตาของแต่ละคนต่อไป

นี่เป็นหลักที่ถือว่าดูง่ายที่สุด ถ้าจะฝึกหัดในการดูทำเลและจัดทำเล ก็ควรทำแบบฝึกหัดที่ง่ายที่สุด ที่เล็กที่สุดไปก่อน เป็นการฝึกความสังเกตและความละเอียดในการจัดทำเลไปด้วย

จากที่อยู่อาศัยที่เป็นลักษณะของห้องพัก ก็จะเป็นบ้านพัก เราก็เริ่มดู สังเกต และจัดเป็นห้องๆ ไป ไม่ว่าจะเริ่มจากห้องใดก่อน ก็ต้องรู้ถึงหน้าที่ของห้องนั้นๆ ว่ามีวัตถุประสงค์ในการใช้สอยอย่างไร เป็นการขยายจากการจัดวางเฟอร์นิเจอร์ชิ้นเดียว ที่เหมาะแก่การใช้สอยภายในห้องพักเล็กๆ มาเป็นองค์ประกอบของเฟอร์นิเจอร์ ที่สอดคล้องกับเฟอร์นิเจอร์ชิ้นหลัก

ยกตัวอย่างเช่น ห้องนอน ซึ่งภายในคอนโดอาจมีเพียงหนึ่งเตียง มีองค์ประกอบที่ใช้ร่วมกับส่วนใช้สอยอื่นๆ คือทีวี แต่เมื่อขยายมาเป็นห้องนอน เตียงนอนคือเฟอร์นิเจอร์ชิ้นหลัก เพราะวัตถุประสงค์ของการใช้ห้องนอนคือนอน ดังนั้นเตียงก็ต้องเป็นหลัก เฟอร์นิเจอร์อื่นๆ ก็เป็นองค์ประกอบ มาเสริมให้ห้องนอนนี้มีความเหมาะสมกับวัตถุประสงค์ สิ่งใดที่จะเข้ามาอยู่ในห้องนอน ก็ต้องสอดคล้องกลมกลืนกับเฟอร์นิเจอร์หลัก และวัตถุประสงค์ของเจ้าของบ้าน ตลอดจนการให้สีสัน ก็ต้องสอดคล้องกับดวงชะตาของผู้เป็นเจ้าของห้องด้วย

นอกจากนี้ การดูองค์ประกอบที่ทำให้ห้องขาดความสมดุล ที่ต้องพิจารณาด้วย คือ แสง ที่เราสามารถปรับให้พอดีทั้งกลางวันและกลางคืนด้วยม่านและแสงไฟ

อากาศที่หมุนเวียนถ่ายเท คือจำนวนหน้าต่างหรือช่องลม ที่สามารถใช้พัดลมดูดอากาศเป็นตัวปรับ

ตำแหน่งการวางเตียง ก็ต้องมีความเหมาะสมมากที่สุด เพราะเป็นเฟอร์นิเจอร์หลักของห้อง ก็ต้องมีหลักในการจัดวาง ไม่ให้อะไรมาข่มหรือเบียน หรือแม้กระทั่งดูน่ากลัวจนไม่กล้าเข้าไปนอน  ต้องไม่โล่ง คืออยู่ระหว่างประตูกับหน้าต่าง ทิศทางลมพัดผ่าน เหล่านี้เป็นต้น แล้วค่อยไปพิจารณาถึงหัวเตียง ตำแหน่งที่ตั้ง จุดที่มีพลังอื่นๆ ต่อไป

อาจมีคำถามจากผู้ที่ขี้สงสัยว่า องค์ประกอบในห้อง ที่จะเชิดชูเตียงให้เด่น ไม่ข่มเตียงนอนนั้นคืออะไรบ้าง เพราะเรียนไปเรียนมา ชักเสียศูนย์ ไฟธาตุแตกกันหมด

องค์ประกอบในห้องนอนขึ้นอยู่กับธรรมชาติ นิสัยของคนทั่วไป ที่ห้องนอนนั้นต้องประกอบด้วยเตียงซึ่งเป็นหลักอยู่แล้ว ก็ต้องมีตู้เสื้อผ้า โต๊ะเครื่องแป้ง ไว้แต่งตัวเมื่อตื่นขึ้นมา มีทีวีหรือวิทยุเครื่องเสียงไว้ฟังก่อนนอน มีโต๊ะทำงานตัวเล็กๆ ไว้เตือนความจำก่อนนอนว่าพรุ่งนี้ตื่นขึ้นมาจะต้องทำอะไร ถ้าเป็นเด็กๆ ก็มีโต๊ะหนังสือไว้ทบทวนบทเรียนก่อนนอน บางคนก็มีชั้นหนังสือไว้อ่านก่อนนอน

โปรดสังเกตว่าองค์ประกอบคือ ไว้เตรียมก่อนนอนและบริการหลังตื่นนอน เพราะจะนั้น เฟอร์นิเจอร์เหล่านี้จะต้องไม่ดูขนาดใหญ่ หรือมีมากมายเป็นเรื่องเป็นราว เช่นเครื่องเสียงสเตอริโอระบบเซอร์ราวด์ หรือโต๊ะทำงานขนาดยักษ์พร้อมเครื่องแฟกซ์ หนังสือที่มากมายราวกับห้องสมุด อย่างนี้เป็นต้น หรือแม้แต่เครื่องออกกำลังกายที่เป็นเรื่องเป็นราวใหญ่โตจนดูเหมือนเป็นตัวเอเลี่ยนมหึมาอยู่ในห้องเมื่อยามเราดับไฟ ถ้าจะมีควรเป็นชิ้นเล็กๆ นวดมือ นวดเท้า บิดเอวมากกว่า

ในเรื่ององค์ประกอบของความสมดุลของที่อยู่อาศัย ที่เราต้องแยกเป็นห้องๆ และดูวัตถุประสงค์ของการใช้สอย ซึ่งจะเป็นตัวชี้ว่า เฟอร์นิเจอร์ใดจะเป็นเฟอร์นิเจอร์หลัก

ห้องรับแขก ก็ต้องมีชุดรับแขกเป็นหลัก ห้องอาหาร ก็ต้องมีโต๊ะอาหารเป็นหลัก ห้องนั่งเล่น ห้องพักผ่อน ก็ต้องมีทีวี เครื่องเสียง ของเล่น เกมส์ต่างๆของลูก เป็นหลัก เฟอร์นิเจอร์อื่นๆ ก็ต้องเป็นรอง และเป็นเครื่องเสริมเฟอร์นิเจอร์หลักให้สมบูรณ์

การประกอบอาชีพต่างๆ ของบุคคล ก็ต้องดูว่า อะไรเป็นหลัก ก็ต้องเชิดชูสิ่งนั้น เช่น คนที่ประกอบอาชีพขายหนังสือ หนังสือเป็นหลัก การจัดร้านก็ต้องเชิดชูหนังสือเป็นหลัก

ร้านขายเสื้อผ้า รับตัดเย็บเสื้อผ้า เสื้อผ้าก็เป็นหลัก คือต้องค้ำจุนสินค้าของเรา ประคบประหงมให้งานออกมามีคุณภาพและสวยงามที่สุด

เราทำขนส่งเป็นหลัก ยานพาหนะของเรา ก็ต้องมีประสิทธิภาพที่สุด

เราทำงานบริการ การบริการของเราก็ต้องเป็นเลิศ และเป็นจุดเด่นที่ใครๆ ก็ต้องกล่าวขวัญถึง

และในการจัดทำเล ก็ต้องให้สอดคล้องกับงานของเราเช่นกัน

...........อ.แอน

ความสำคัญของห้องครัวและห้องน้ำ ตอนที่ ๒

เตาที่อยู่ตรงกับประตู หมายถึง ในขณะที่ทำอาหารนั้นหันหลังให้กับประตู ถ้าหันหลังให้กับประตูอย่างนี้ไม่เป็นไร แต่ถ้าตัวผู้ทำอาหารนั้นหันหน้าให้กับประตู ทรัพย์จะรั่วไหล เพราะเปิดมาเจอเตา กระแสของธาตุไฟค่อนข้างแรง กระแสของประตูค่อนข้างแรง เราเปิดประตูไป เราจะสัมผัสกับธาตุลม ถ้าเป็นประตูเลื่อน กระแสของลมที่ประตูเลื่อนจะมีน้อยกว่า แต่ในกรณีที่เป็นบานประตูบานสวิง แรงเหวี่ยงตรงนั้นเขาเรียกว่า ชี่ พลังงานที่ออกไปเกิดแรงไปปะทะกับไฟ คำว่า"ปะทะ" ไม่เกิดผลดี ธาตุไฟย่อมแรงกว่า ธาตุลมกับธาตุไม้คือตัวเดียวกัน ใช้ภาษาจีนคำว่า "ซวิ่น" เหมือนกัน คือทิศตะวันออกเฉียงใต้ เมื่อเกิดการปะทะกัน ไฟมีกำลังแรงกว่า ไฟก็จะไหลออก พลังงานจะถูกดึงดูดเมื่อประตูสวิงตัวกลับมา คือ การไหลออก หมุนเวียนออกนั่นเอง ซึ่งไม่ควรนัก

เตา หมายถึงความอุดมสมบูรณ์ภายในบ้าน ไม่ได้หมายถึงการไหลออกอย่างผิดธรรมชาติ ประตูกับเตาไม่ควรตรงกันนัยหนึ่ง อีกนัยหนึ่ง ขณะที่ทำครัว ไม่ควรมีอะไรเข้ามาข้างหลังผู้ทำครัว จะก่อเป็นความรู้สึกหวาดระแวง ซึ่งไม่เป็นผลดีกับแม่บ้านหรือคนทำครัวเลย เพราะจะทำให้เป็นคนหงุดหงิดง่าย ใจน้อย แม่ครัวคนใดที่มีนิสัยใจน้อย ขี้บ่น คิดเสียก่อนว่า ตรงจุดทำครัว ให้หันหลังให้เขาปลอดภัยหรือเปล่า มีความสุขในการทำครัวไหม อากาศต้องถ่ายเทและหมุนเวียน ไม่ใช่ร้อน อบ อับ เหงื่อแตกอยู่ในนั้น อากาศไม่ถ่ายเท ถือว่าเป็นมุมอับ ทางแก้คือใช้พัดลมดูดอากาศ ต้องไม่ให้ห้องครัวอับ การตั้งเตาให้ถูก คนโบราณบอกว่าคือชีวิตแต่งงานที่มีความสุข ทั้งนี้ต้องประสานบุคคล และการถนอมน้ำใจกัน ทางหลักฮวงจุ้ยก็ให้ความสำคัญเหมือนกัน

ห้องน้ำอยู่กลางบ้านนั้น หมายถึงเราต้องเดินรอบห้องน้ำได้ แต่ถ้าเป็นทาวน์เฮ้าส์ห้องน้ำอยู่ตรงกลาง แต่เดินไม่รอบ เดินได้แค่ ๓ ด้าน อีกด้านติดกำแพง ถือว่าไม่กลางบ้าน ต้องทำความเข้าใจเสียใหม่ ที่นี้เขาบอกว่าห้องน้ำอยู่กลางบ้าน ตรงกลางบ้านเปรียบเสมือนหัวใจ เป็นธาตุดิน การมีห้องน้ำอยู่กลางบ้านถือว่าเป็นการสลายธาตุดิน จะมีผลในเรื่องสามีภรรยาจะต้องจากกัน ก็มีทางแก้ ตรงกลางให้แขวนลูกคริสตัล แล้วมีตู้ปลา มีต้นไม้อยู่ในห้องน้ำ ตกแต่งห้องน้ำให้มีความรื่นรมย์  มีตู้ปลาถือว่ามีวัตถุประสงค์อื่นด้วยไม่ใช่เป็นแค่ห้องน้ำอย่างเดียว คริสตัลนั้นมีความหมายเป็นธาตุทองก่อกำเนิดน้ำ แล้วต้นไม้ที่อยู่ในห้องน้ำมีความหมายน้ำไปเสริมไม้ ตู้ปลาที่หมุนเวียนคือโชคลาภ ก็เปลี่ยนห้องน้ำเป็นโชคลาภไป ถ้าห้องน้ำอยู่กลางบ้านให้แก้ไขวิธีนี้ แต่ผู้อื่นที่ห้องน้ำเดินไม่รอบ เดินได้แค่ ๓ ด้านก็สบายใจได้ว่าไม่เป็นไร คนที่ซื้อทาวน์เฮ้าส์สองหลังติดกัน อย่างนี้ห้องน้ำจะอยู่ตรงกลางต้องแก้ไข

ตามหลักฮวงจุ้ยแล้ว บ้านที่ปลูกสร้างมาแล้ว แต่มีการรื้อ ทุบ ถอนอย่างมโหฬาร ต้องมีเรื่องถึงกับคอขาดบาดตาย เพราะการรื้อถอนทุบขนาดนั้นเป็นเรื่องใหญ่ เพราะไปเปลี่ยนโครงสร้าง ถ้าพลาดไปนิดเดียว หรือทำไม่ถูกต้อง มีปัญหากันแน่นอน ฉะนั้นการจะทุบ รื้อถอน หมายความว่า ทำเลที่อยู่ร้ายกว่าการทุบหรือรื้อถอน การทุบ รื้อถอนไม่ใช่เรื่องดี การทำลายสิ่งที่มีอยู่แล้วไม่ใช่เรื่องดี ต้องเสียเงินกว่าจะได้ฮวงจุ้ยที่ดีมา แล้วจะดีได้อย่างไร

ฮวงจุ้ยที่ดีคือ จะต้องเสียค่าใช้จ่ายน้อยที่สุด แล้วยังได้โชคลาภกลับมาอีกด้วย จึงถือว่าเป็นฮวงจุ้ยที่สมบูรณ์ที่สุด เพราะได้ตั้งแต่เริ่มต้น เมื่อมีการผิดปกติ ต้องแก้ไขปรับแต่งให้ธาตุอื่น ๆ เข้ามาให้เกิดความสมดุลกลมกลืน ยกเว้นในกรณีที่ว่า สิ่งที่เป็นอยู่ ร้ายแรงจนต้องทุบรื้อถอน ปกติฮวงจุ้ยที่ดีจะไม่ทำกัน

ห้องนอนที่อยู่ตรงกับห้องน้ำ หมายความว่า เปิดมาก็เจอห้องน้ำ ยิ่งห้องน้ำเปิดแล้วเจอชักโครกเลย ความรักจะไม่ยั่งยืน ให้เอาม่านปิดเท่านั้นเอง  คือหลักของฮวงจุ้ย สายตาปะทะสิ่งใด สิ่งเหล่านั้นจึงจะมีอิทธิพล เราคิดว่าสายตาเราปะทะห้องน้ำทุกวัน ลงบันไดมาก็เจอห้องน้ำ เราก็จะเป็นโรคที่เข้าห้องน้ำบ่อย เราเปิดบ้านเจออะไรก่อน ถ้าเจอห้องน้ำก่อน คนในบ้านจะเป็นโรคภัยไข้เจ็บ ออกจากบ้านห้องน้ำส่งหลัง ได้รับคำนินทา จะหงุดหงิด เหมือนเข้ามาในบ้านเราเจอห้องอาหารก่อน ก็จะกินเก่ง ถ้าเป็นคอนโดมิเนียม พอเปิดห้องเข้ามาก็เจอห้องนอนก่อน ก็จะนอนอย่างเดียวเพราะกลับมาก็หมดแรงพอดี

ทิศมังกรของบ้าน ตอนที่ 2


ฮวงจุ้ยโต๊ะทำงาน, ฮวงจุ้ยบ้าน, ฮวงจุ้ยคอนโด, ตกแต่งร้านค้า, อาจารย์แอน


รูปทรงของบ้านที่ไม่ได้เป็นรูปสี่เหลี่ยม บางบ้านเป็นรูปตัวแอล บางบ้านเป็นรูปตัวอยู่ บางบ้านเป็นสี่เหลี่ยมแต่บางมุมหายไปเพราะด้วยหลักทางสถาปัตยกรรมต่างๆหรือ เพื่อความสวยงาม และมุมที่หายไปนั้นเป็นตำแหน่งมังกร เจ้าของบ้านจะได้รับผลอะไรหรือไม่ ตำแหน่งมังกรที่ขาดหายไป ก็เหมือนกับบ้านหลังนั้นจะไม่เสริมตัวเจ้าของบ้าน เป็นบ้านที่ขาดพลัง  เพราะฉะนั้นทางที่เราจะทำได้ สมมุติว่าบ้านมีบริเวณ เป็นรูปตัวแอลและตำแหน่งที่ขาดอยู่ตรงที่แหว่งพอดี ให้ทำสิ่งปลูกสร้างที่มีหลังคา เช่นซุ้มดอกเห็ด ทำชิงช้า สวนหย่อม หรือต้นไม้ใหญ่ก็ได้ นั่นคือเราจำเป็นต้องใช้พื้นที่นั้น อย่าให้แหว่ง เราใช้สิ่งปลูกสร้างง่ายๆอย่างที่ได้บอกไป อันนี้ถือว่าเป็นพื้นที่ใช้สอยและเป็นสิ่งปลูกสร้างที่มีหลังคา เท่ากับว่าเสริมตำแหน่งมังกรด้วย

ถ้าเป็นลักษณะของทางสามแพร่งหน้าบ้าน และบ้านหลังอิงทิศตะวันตกเฉียงใต้ หน้าบ้านหันไปทางทิศตะวันออกเฉียงเหนือซึ่งเป็นทิศมังกรของบ้าน ทางด้านหน้าเป็นทางสามแพร่งตรงเข้ามาที่ตำแหน่งมังกรเลย จะทำให้เกิดผลเสียกับเจ้าของบ้านหรือไม่ ทางสามแพร่งเกิดผลเสียอยู่แล้ว ทิศมังกรคือทิศตะวันออกเฉียงเหนือซึ่งเป็นธาตุดิน ทางสามแพร่งก็ตรงมาที่ทิศตะวันออกเฉียงเหนือธาตุดินเช่นเดียวกัน ซึ่งธาตุดินจะเสริมธาตุทอง เราก็เอากระดิ่งที่เป็นทองเหลืองหรือโลหะแขวนไว้หน้าบ้าน เท่ากับสิ่งที่พุ่งมาที่มาจากธาตุดินกระทบกับสิ่งที่เป็นธาตุทองเป็นการ เสริมบ้านเรา คือใช้วัฏจักรของการเสริมธาตุ

ลองสังเกตดูว่า ถ้าบ้านเรามักมีปัญหา อุปสรรค ติดขัด มีการทะเลาะเบาะแว้งกัน ลองสังเกตดูตำแหน่งมังกรของบ้าน อาจจะเป็นลักษณะที่มีอะไรคุกคาม ไม่ใช่แค่ทางสามแพร่ง อาจจะเป็นตอไม้หรือมีอะไรสักอย่างเราต้องแก้ปัญหาจุดนั้นก่อนด้วยการเสริม ธาตุ

มีบ้านหลังหนึ่งซึ่งอาจารย์เคยไปเยี่ยม ตำแหน่งมังกรไปตกอยู่ที่สระว่ายน้ำ ซึ่งสระว่ายน้ำนั้นไม่ได้ใช้เลยและเป็นที่เพาะพันธุ์ของคางคก ทำให้มังกรของบ้านเสีย อาจจะทำให้เราถูกคนโกงหรือทรัพย์สินของเราอาจถูกครอบครองโดยคนอื่นตัว  เราอาจขี้หลงขี้ลืม ขาดพลัง มีอุปสรรคในหน้าที่การงานเสมอๆ 

ไม่ใช่เฉพาะตำแหน่งมังกรเสียเท่านั้น แต่ถ้าวางธาตุที่ชง กัน ธาตุที่ไม่ถูกกัน เช่น ทิศใต้เป็นธาตุไฟและเป็นมังกรของบ้าน เราเอาน้ำไปวางตรงนั้น มันเด่นมันสวยก็จริง แต่ว่าจะทำให้มังกรเราหลับตลอดเพราะว่าน้ำดับไฟ ทำให้คนในบ้านขาดพลัง เช้าชามเย็นชาม อาการเหมือนน้ำดับไฟ คือไฟมอด คิดอะไรไม่ออก วิชาการไม่มี สมาธิสั้น เป็นต้น เพราะฉะนั้น ไม่ใช่เพียงแค่ตำแหน่งมังกรไม่ขาดเท่านั้น แต่ต้องระมัดระวังในเรื่องการวางสิ่งของที่ตรงนั้นนั้นด้วย ซึ่งมังกรที่อยู่ตามที่ต่างๆสามารถสรุปเป็นธาตุต่างๆได้ดังนี้
 
-ทิศตะวันออก                   มังกรไม้
-ทิศตะวันออกเฉียงใต้         มังกรไม้
-ทิศใต้                             มังกรไฟ
-ทิศตะวันตกเฉียงใต้           มังกรดิน
-ทิศตะวันตก                     มังกรทอง
-ทิศตะวันตกเฉียงเหนือ       มังกรทอง
-ทิศเหนือ                         มังกรน้ำ
-ทิศตะวันออกเฉียงเหนือ      เป็นได้ทั้งธาตุน้ำ ธาตุไม้ ธาตุดิน