ทางสามแพร่ง ตอนที่ 2

ในขณะเดียวกัน ผู้ประกอบอาชีพในแนวนิ่มนวล หรืออาชีพธรรมดาทั่วไป หากไปอยู่ทางสามแพร่ง ควรเลือกแต่งแก้ไขเป็น 2 แนวทาง ดังนี้

ทางที่ 1 สร้างกำแพงหนาทึบเป็นรั้วสูง
ทางที่ 2 ตกแต่งให้สวยงามด้วยน้ำพุ ต้นไม้ หรือติดโมบาย กระดิ่งลม ตรงหน้าต่างชั้นบนด้านถนนที่เป็นทางสามแพร่ง เพื่อกระจายและสลายพลังพลังด้วย


แต่ในบางกรณี ผู้ประกอบอาชีพทั่วไปที่ไม่ได้รับพลังร้ายจากทางสามแพร่งก็มี เช่น บ้านของคุณวินนี่ เธอเกิดปีขาล สามีก็เกิดปีขาล ตอนแต่งงานกัน เธอเล่าว่าคุณแม่สามีคัดค้านมาก เพราะเธอเกิดปีเสือ กลัวข่มสามี พอแต่งงานแล้ว ย้ายไปอยู่ที่บ้านของคุณวินนี่ซึ่งตั้งอยู่บนทางสามแพร่ง ยิ่งเป็นที่อกสั่นขวัญหายของญาติๆฝ่ายสามี

ความที่เธอและสามีเกิดปีขาล เปรียบเสมือนเสือ 2 ตัว เธอจึงสั่งทำกระจกสี เป็นรูปเสือตัวผู้เสือตัวเมียคลอเคลียกัน แล้วนำกระจกสีบานใหญ่นี้ ติดตรงประตูเข้าบ้าน

คงจะเดาได้ว่า ความบังเอิญนี้แก้เคล็ดให้เธอพอดี เสือน่าจะกัดกัน ข่มกัน ทำลายกัน กลับรักใคร่กลมเกลียวกันดี เพราะเป็นตัวผู้และตัวเมีย จึงไม่ทำลายกัน เสือมีพลังแห่งความแข็งกร้าวน่าเกรงขาม เท่ากับปกป้องสิ่งที่ร้ายและเข้ากันได้ดีกับทางสามแพร่ง ปัจจุบันเธอมีลูกเสืออีก 3 หน่อ ตัวสูงใหญ่ ไปเรียนต่างประเทศกันทุกคน ครอบครัวเจริญรุ่งเรืองและมีความสุขดี

น้าสมใจ ที่บ้านทำร้านเสริมสวย มีทั้งสระ นวด อบ ตามกระบวนการเสริมความงามทุกประการ ตั้งอยู่ตรงทางสามแพร่ง ในแถบชุมชนเป็นตลาดสด มีคนพลุกพล่าน ลูกชายเธอไปค่ายลูกเสือ ได้รับรางวัลเป็นรูปสัญลักษณ์ของลูกเสืออันใหญ่มาก ไม่รู้เอาไปไว้ไหน ก็เอาไปติดขอบหน้าต่างชั้นบนตรงด้านทางสามแพร่ง ร้านเสริมสวยเจริญรุ่งเรือง ทำมาค้าขึ้น ขยายใหญ่โต เลยปรับปรุงใหม่ ทาสีร้านค้าใหม่ เอาเครื่องหมายลูกเสือออก ต่อมาเกิดอุบัติเหตุทางรถยนต์ สามีบาดเจ็บ เสียเงินทองมากมายเพราะตนเองเป็นฝ่ายผิด กิจการค้าเริ่มตก คนไม่เข้าร้านเลย สามีก็ถูกออกจากงาน

เมื่ออาจารย์ได้พูดคุยกับคุณน้าสมใจ ถึงประวัติก่อนการตบแต่งร้าน คุณน้าสมใจก็ไม่ได้พูดถึงเรื่องเครื่องหมายลูกเสือของลูกชาย เพราะนึกไม่ถึง จนกระทั่งข้าพเจ้าบอกว่า ทำเลนี้เป็นทำเลน้ำ ต้องตั้งเครื่องหมายของเจ้าสมุทร เจ้าแห่งน้ำ คือ สามง่าม ซึ่งเป็นเครื่องหมายของดาวเนปจูน เจ้าแห่งสมุทร การค้าก็จะดีเหมือนเดิม เธอก็พาอาจารย์ไปที่ห้องเก็บของ แล้วชี้เครื่องหมายลูกเสือ ถามว่าอันนี้ใช้ได้ไหม อาจารย์บอกว่าใช้ได้ดีเลย ดีมากด้วย คุณน้าสมใจมีสีหน้าประหลาดใจ พร้อมกับทบทวนให้ฟังว่า ตั้งแต่เธอปรับปรุงร้านใหม่ แล้วดึงเครื่องใหม่อันนี้ออก ก็เกิดเหตุการณ์ต่างๆทันที เธอเกือบทิ้งไปแล้ว แต่เกรงใจลูกชาย ก็เลยยังเก็บไว้

ปัจจุบัน กิจการเธอฟื้นคืนมาเหมือนเดิม ขยายเปิดแผนกเสื้อผ้าเพิ่มขึ้นอีกด้วย ใครจะไปรู้ว่า ฤทธิ์เดชของเครื่องหมายลูกเสือจะมีมากขนาดนี้ คุณน้าสมใจขัดเครื่องหมายอันนี้เป็นเงาใส เห็นแต่ไกลมาตลอดจนทุกวันนี้

ทางสามแพร่ง ตอนที่ 1


ฮวงจุ้ยบ้าน, ฮวงจุ้ยคอนโด, ฮวงจุ้ยร้านค้า, ฮวงจุ้ยห้องนอน, สามแพร่ง

มีคนสงสัยมากมายเรื่องทางสามแพร่ง ว่ามีผลร้ายประการใด มีข้อยกเว้นบ้างหรือไม่ และมีทางแก้ไขอย่างไร

อันที่จริง ยังมีคนอีกมากมายที่ได้รับประโยชน์จากการอาศัยอยู่บ้านตรงทางสามแพร่ง ซึ่งจะขอยกตัวอย่างให้ไปเปรียบเทียบและศึกษากัน

อาจารย์ได้รับเชิญไปถกปัญหาแบบปุจฉา-วิสัชนากับนายตำรวจและนายทหารชั้น ผู้ใหญ่ และมีคำถามเกี่ยวกับเรื่องทางสามแพร่ง ผู้ถามมียศถึงพลเอก ท่านบอกว่าท่านอยู่บ้านตรงทางสามแพร่ง ไม่ทราบจะมีผลร้ายประการใด เมื่อรับราชการมาถึงระดับยศชั้นผู้ใหญ่ได้อย่างตลอดรอดฝั่ง คำตอบคงต้องไปในทางดีอย่างแน่นอน จึงเรียนไขข้อข้องใจไปว่า

ทางสามแพร่ง เป็นลักษณะของพลังที่รุนแรง หรือเปรียบเทียบกับกระแสน้ำ 3 สายไหลมาปะทะกัน หรือถนนวิ่งตรงดิ่งเข้ามาสู่บ้านเรา เป็นลักษณะแข็งกร้าว รุนแรง ถ้าดวงชะตาชีวิตของผู้อยู่อาศัยมีกำลังอ่อนหรือประกอบอาชีพใดๆ ที่ขาดพลัง ย่อมได้รับผลกระทบอย่างแน่นอน แต่สำหรับท่านนายพลรับราชการทหาร เกี่ยวพันกับอาวุธและอยู่ในแนวแข็งกร้าว กลับส่งผลให้ท่านเด่นในชีวิตราชการ อีกทั้งเครื่องแบบของท่าน มีทั้งเครื่องหมายปืนและเสือคาบดาบ ซึ่งเป็นสัญลักษณ์คล้ายเสือคาบดาบที่ป้องกันภูตผีปีศาจของจีน เทียบเท่ายันต์โป๊ยข่วย

ซ้อหงส์ ประกอบอาชีพขายยางรถยนต์อยู่ตรงทางสามแพร่ง ใครมาใครก็ทักว่าอยู่ทางสามแพร่งไม่ดี แต่อาซ้อกลับขายได้ขายดีทุกวัน แสงไฟที่ส่องมาหน้าร้านจากทางสามแพร่ง เสมือนกับรับพลังส่งเสริมการขายตลอดเวลา ถ้าขี้เกียจขายดีเมื่อไหร่ก็ค่อยย้าย

คุณจรัส มีอาชีพขายโลงศพตรงทางสามแพร่ง จังหวัดสระบุรี ขายดิบขายดี มีการสั่งโลงทุกวัน จนขยายโรงงานและขยายสาขาไปแถบสระบุรี ลพบุรี ขยายสาขาไปทั่ว มีคนมาทักเรื่องทางสามแพร่งจนเจ้าตัวหลงเชื่อ ย้ายออกมาตั้งที่ใหม่ ปัจจุบันการค้าตก ต้องยุบสาขา ยุบโรงงาน เมื่อมาหาอาจารย์ สิ่งเดียวที่แนะนำได้ คือพยายามย้ายกลับไปที่เดิม ซึ่งขณะนี้กำลังติดต่อซื้อที่เก่ากลับคืน

คุณอ้อยเพื่อนอาจารย์ ขอให้อาจารย์ไปช่วยดูร้านตัดเสื้อของเพื่อนที่พิษณุโลก ซึ่งตั้งอยู่ตรงทางสาม แพร่ง ประตูร้านตรงกับถนนที่พุ่งตรงมา แถมเพื่อนของเธอคนนี้ นั่งเย็บผ้าตรงประตูพอดี ความจริงร้านตัดเสื้อร้านนี้เป็นร้านเล็กๆ แต่กิจการค้าดีมาก เจ้าของนั่งทำแพตเทิร์น ตัดกระดาษ ถือเข็ม กรรไกร ซ่อมเสื้อ อยู่ตรงประตู ความจริงน่าจะเป็นคนสุขภาพไม่ดี กลับอ้วนท้วนแข็งแรง อารมณ์ดี เธอถือเข็มกรรไกร อาวุธอันวิเศษสุด ชี้ไปที่ประตูทุกวัน ทางสามแพร่งจึงทำอะไรเธอไม่ได้เลย

มูลนิธิ สมาคมบรรเทาสาธารณภัยต่างๆ เป็นแหล่งที่คนมีความทุกข์หลั่งไหลเข้ามาขอความช่วยเหลือ ผู้ที่ทำงานสถาบันเหล่านี้จึงไม่มีอันตราย แต่งานจะเยอะกว่ามูลนิธิ สมาคม ที่ตั้งอยู่บนถนนปกติธรรมดา เช่นเดียวกับผู้ที่ประกอบอาชีพขายวัสดุก่อสร้าง ร้านตัดกระจก ขายมีด โลหะ หรืออาชีพที่อยู่ในแนวแข็งกร้าวทุกชนิด



รูปทรงที่ดิน


ฮวงจุ้ย, ฮวงจุ้ยบ้าน, รับดูฮวงจุ้ย, แก้ฮวงจุ้ย, ฮวงจุ้ยธุรกิจ, อาจารย์แอน

ที่ดิน รูปสี่เหลี่ยมผืนผ้า เป็นที่ที่ดูอุดมสมบูรณ์ เป็นธาตุไม้ ดาวพุธ ควรปลูกพันธุ์ ไม้เพื่อให้ถูกโฉลกกับที่ดิน และถ้าเพิ่มตำแหน่งน้ำพุเล็กๆให้บ้านมีความกระจุ๋มกระจิ๋ม เพิ่มไม้ดอกเล็กๆ มีลักษณะดาวจันทร์มาผสม จะทำให้มีผู้อุปการะและมีความเจริญ พบกับสิ่งที่ดี อุปสรรคใดๆ ก็จะสามารถแก้ไขได้


ดูฮวงจุ้ย, เสริมฮวงจุ้ย, ฮวงจุ้ยสุสาน, ฮวงจุ้ยพยากรณ์, ฮวงจุ้ยที่ดิน, อาจารย์แอน

ที่ดิน ที่มีลักษณะเป็นรูปสี่เหลี่ยมจัตุรัส ควรระมัดระวังในการปลูกต้นไม้ อย่าปลูกต้นไม้ที่ดูแลยาก มีใบไม้ร่วง หรือตอ ที่ดินลักษณะนี้ไม่ควรดูแห้งแล้ง ต้องทำให้สดชื่น ควรปลูกไม้ดอกสีขาวและต้นไม้ที่มีใบสีเขียวอ่อน เช่น ต้นแสงจันทร์ ราชินีสีทอง จะลดความเหน็ดเหนื่อย หรือความตึงเครียดในทุกๆเรื่อง


ฮวงจุ้ยเสริมดวง, แต่งบ้านเสริมฮวงจุ้ย, ฮวงจุ้ยเข้าใจง่าย, ดวงจีน, ฤกษ์ยาม

ที่ดิน เป็นลักษณะธาตุไฟ ควรติดไฟด้านมุมแหลมหลังบ้าน และปลูกไม้ใหญ่ที่เป็นพุ่ม หน้าบ้านควรมีส่วนที่ทำสวนญี่ปุ่น จัดสวน มีตุ๊กตาสวน ภายในบ้านจัดเป็นแนวกระจุ๋มกระจิ๋ม มีของกระจุกกระจิกโชว์ จะได้โชคได้ลาภอยู่เป็นประจำ


ซินแสฮวงจุ้ย, ดวงจีน, โหราศาสตร์จีน, ฮวงจุ้ยเสริมโชค, อาจารย์แอน

ที่ดินที่มีลักษณะขาด ให้ทำสวนหย่อมในส่วนที่เกิน และติดไฟตรงมุม


ฮวงจุ้ยโชคลาภ, บ้านกับฮวงจุ้ย, จัดบ้านเสริมฮวงจุ้ย, ฮวงจุ้ยเตียงนอน, เฟอร์นิเจอร์

ที่ดินที่เป็นรูปสี่เหลี่ยมด้านไม่เท่า ให้ทำแนวเป็นถุงเงินด้วยกระถางต้นไม้หรือทางเดิน

การ ปรับรูปที่ดิน ให้ยึดหลักสมดุลกลมกลืน ดูแล้วสบายตาสบายใจ ก็สามารถแก้ไขได้ในขั้นพื้นฐาน เช่นเดียวกับการปรับทำเลในบ้าน ต้องดูโล่ง ดูแล้วสบายตาสบายใจ เป็นระเบียบ มีที่มีมุมสำหรับทุกคน แม้บ้านจะเล็กจะแคบ จุดที่เป็นที่รวมของคนในบ้านต้องเด่น และเชิญชวนให้ทุกคนมารวมกัน

การสังเกตทำเลอย่างง่าย ตอนที่ ๒

ขั้นต่อไป ให้สังเกตทำเลภายนอกว่ามีภัยคุกคามหรือเปล่า เช่น บ้านตั้งอยู่บนทางสามแพร่งหรือไม่ หากตั้งอยู่บนทางสามแพร่ง เรามีอาชีพอะไรสอดคล้องกับทางสามแพร่งหรือเปล่า เช่น ขายมีด โลหะ เป็นทหารหรือตำรวจ ถ้ามีอาชีพที่อ่อนโยนไม่เข้ากับทางสามแพร่งที่แรง ก็ควรปลูกแนวต้นไม้ขวางไว้

ถ้าหน้าบ้านเรามีเสาไฟตั้งขวางกลางประตู ให้ปลูกต้นไม้สองข้างของประตู เปรียบเสมือนไม้ผู้พิทักษ์

ถ้าประตูหน้าบ้านของเราตรงกับประตูหน้าบ้านคนอื่น ให้แขวนคริสตัลบอล ทรัพย์จะได้ไม่ไหลออก ถ้าบ้านตรงข้ามเขาแขวนไว้เรียบร้อยแล้ว เราก็ไม่ต้องแขวน เป็นอันว่าดีทั้งสองบ้าน

หน้าบ้านเรามีสะพานลอยหรือมีถนนลอยฟ้าตัดผ่าน ให้ปลูกต้นไม้นานาชนิดไว้หน้าบ้าน

ให้ดูรอบๆบ้านเราด้วยว่า มีตอไม้ ต้นไม้แห้งตาย ใบไม้ร่วงหล่น ต้องจัดการให้สดชื่น อย่าให้ดูเหี่ยวแห้ง ควรเลือกปลูกต้นไม้ที่แข็งแรง ใบไม้ไม่ร่วงง่าย และกิ่งไม้ไม่เหี่ยวแห้งง่าย สะดวกต่อการดูแล

ถ้าบ้านพักอาศัยของเราอยู่ใกล้โรงพยาบาล สถานีตำรวจ วัด การจัดทำเลภายในต้องเป็นหยาง เพราะทำเลภายนอกเป็นหยินไปหมด เมื่อเราเดินผ่านหยินเข้าไปในบ้านที่เป็นหยาง ก็จะเกิดความสมดุล

ไม่ควรทำกำแพงสูงเกินไป จะกีดกันตัวเองจากโลกภายนอก หรือสร้างกำแพงล้อมบ้าน ติดกับบ้านเกินไป กิจการงานจะไม่ราบรื่น หากเรามีบ้านที่มีกำแพงลักษณะอย่างนี้ ให้ทาสีกำแพงอ่อนๆ เป็นสีขาว สีครีม นำไม้เลื้อยมีดอกมาพาดกำแพง

หากหน้าบ้านเรามีน้ำสกปรกแช่ขังอยู่ อาจเกิดอันตรายกับคนในบ้าน วิธีแก้ไขคงต้องใช้ต้นไม้อีกตามเคย ปลูกไว้หน้าบ้านเป็นพุ่มใหญ่ ภายในบ้านมีตู้ปลา หรือน้ำพุ ต้องเป็นน้ำดี น้ำใส ให้เราดูแล้วสบายใจ

การแก้ไขและปรับทำเล จะต้องเช็คดวงชะตาของผู้อยู่อาศัยด้วย และต้องทำให้สอดคล้องกัน จึงจะบังเกิดผลมากที่สุด สิ่งที่เด่นต่อสายตา จะมีผลกับผู้คนมากที่สุด จึงต้องเพ่งเล็งความเด่นของสิ่งของต่างๆรอบตัวเราให้ดี

เป็นนักเรียน นักศึกษา ควรให้โต๊ะหนังสือเด่นที่สุดในห้อง น่านั่ง น่าอ่านหนังสือ จนไม่อยากลุกไปไหนเลย

เป็นแม่บ้าน ควรมีมุมสงบของตนเอง ที่ดูทีวี ฟังวิทยุ อ่านหนังสือ และทำครัวให้สะอาด น่าเข้าไปใช้จับต้อง

สำหรับพ่อบ้าน ก็ต้องมีมุมพักผ่อนและมุมทำงานที่ถูกต้องตามทำเลและวงจรชีวิตของตนเอง

อย่างนี้ บ้านจะสมบูรณ์ มีทำเลสำหรับทุกคน

การสังเกตทำเลอย่างง่าย ตอนที่ ๑

บุคคลส่วนใหญ่ มีความวิตกกังวลเกี่ยวกับเรื่องทำเลที่อยู่อาศัยของตนเอง เพราะมีความสงสัยว่า ปัญหาต่างๆที่เกิดขึ้นทุกวันนี้ ส่วนหนึ่งมาจากทำเลหรือเปล่า จึงอยากให้มีวิธีการเช็คทำเลของตนอย่างง่ายๆ

หากทำเลเราเริ่มเสีย สิ่งแรกที่จะเกิดขึ้น คือ ปัญหาสุขภาพ โดยจะเริ่มจากผู้ที่มีดวงอ่อนก่อน ถ้าบ้านที่มีเด็ก เด็กก็จะเริ่มป่วยเป็นภูมิแพ้ ถ้าเป็นคนชรา ก็จะปวดขา ปวดเอว ปวดหลัง ปวดไหล่ ปวดตามเนื้อตัว ตามลำดับ

ขั้นแรก ควรจับสังเกตความเป็น หยิน-หยาง ในบ้านก่อน ว่าสมดุลกันหรือไม่ เช่น บ้านมืดเกินไป มีพันธุ์ไม้รกครึ้ม ไฟไม่สว่างหรือไฟเสียเป็นประจำ ทางเดินในบ้านเป็นซอกหรือแคบ เดินเลี้ยวลดคดเคี้ยวเป็นซอกมุม ในบ้านมีผู้หญิงมากกว่าผู้ชาย ต้นไม้มักมีลั่นทม ต้นไทร ต้นแสงจันทร์อยู่ในบ้าน อย่างนี้แสดงว่าบ้านมีสภาพเป็นหยิน ถ้าน้ำรั่ว แอร์เสีย ชักโครกติดขัด คราวนี้การเงินก็จะเริ่มติดขัด ทำอะไรก็จะมีอุปสรรคไปหมด

การแก้ไขปรับแต่งต้องให้สมดุล โดยเอาหยางเข้า ติดโมบายล์หรือกระดิ่งลมแขวนไว้รอบๆบ้าน บริเวณบ้านเพิ่มพันธุ์ไม้ดอก เช่น ผกากรอง ดาวเรือง ดอกเข็ม ยกเว้นเฟื่องฟ้า เพราะเฟื่องฟ้าเป็นไม้พิษ สามารถใช้ในสถานที่กว้างๆ สถานที่ท่องเที่ยว หรือสถานที่ราชการ ไม่ควรเอาไว้ในบ้านที่มีบริเวณแคบ

การเพิ่มตำแหน่งน้ำที่มีการเคลื่อนไหว เช่น น้ำพุ น้ำตก หรือตู้ปลาในบ้าน ใช้เครื่องเสียงเปิดเพลงในยามที่เราอยู่ หรือเปิดทั้งวันถ้ามีคนอยู่ในบ้าน ใช้นาฬิกาที่มีลูกตุ้ม หรือนาฬิกาที่มีเสียงบอกเวลาทุกชั่วโมง เพิ่มแจกันดอกไม้สีสดๆวางตามจุดต่างๆในบ้าน เปลี่ยนไฟในบ้านให้สว่างขึ้น ก็เป็นการทำบรรยากาศในบ้านให้สมดุลขึ้น

บ้านของคุณสุนทรี ดูอบอุ่นเพราะมีลูกอยู่ในวัยปฐม แต่ที่บ้านจะมืดครึ้มและใช้เฟอร์นิเจอร์ใหญ่โตเกินตัวเด็ก เด็กๆเป็นภูมิแพ้ผลัดกันป่วยทั้งปี แสดงว่าบ้านหลังนี้หยินเข้า การปรับแต่งแก้ไข คือการนำหยางเข้า เปลี่ยนสีเฟอร์นิเจอร์ให้สีอ่อนลง เพิ่มดอกไม้ โมบายล์ จัดห้องลูกให้โปร่ง ข้าวของบางชิ้นที่ไม่จำเป็น อย่าปล่อยให้ระเกะระกะ เก็บใส่กล่องให้เป็นระเบียบเรียบร้อย

หลังจากจัดเสร็จ เด็กๆซึ่งต้องไปหาหมอเป็นประจำเป็นปีๆ ก็หายป่วยเป็นปลิดทิ้ง เพราะเมื่อสภาพแวดล้อมสมดุลกลมกลืนแล้ว สภาพร่างกายก็พลอยปรับให้สมดุลไปด้วย อาการเจ็บป่วยก็หายไป

หลักการจัดบ้านเบื้องต้น

การวางทำเลต่างๆ ต้องใช้หลักฟ้าประทาน ดินบันดาล ประสานบุคคล ต้องเช็คดวงชะตาของแต่ละคนให้ดีว่า มีดวงชะตามาอย่างไร ฟ้าประทานมาแค่ไหน ต้องเผชิญเหตุการณ์อย่างไร ชะตาชีวิตจะดำเนินไปถึงไหน
หลังจากนั้นจึงวางทำเลให้สอดคล้องกับดวงชะตา ให้บรรเทาความแรงของชะตากรรม แม้จะต้องเผชิญบ้าง แต่ก็ให้มีคนมาช่วยเหลือ จากนั้น ต้องเช็คดวงดาวในขณะนั้นว่า มีอิทธิพลอย่างไรกับเจ้าตัว ต้องแนะนำวิธีปฎิบัติให้สอดคล้องกับวิถีดวงดาวที่เข้ามาในขณะนั้น


หากชีวิตของเราอยู่สุขสบายมาเรื่อยๆ บ้านก็อยู่อย่างสบายมาโดยตลอด จู่ๆ ก็มีเหตุเกิดขึ้นต่างๆนานา สัตว์เลี้ยงล้มตาย คนในบ้านเริ่มเจ็บป่วยออดๆแอดๆ หรืออาจมีบางคนตกงาน คนในบ้านไม่ปรองดอง ทะเลาะเบาะแว้ง ความคิดไม่ลงรอยกัน แสดงว่าต้องมีความผิดปกติซักอย่างในบ้าน เช่น ปรับเปลี่ยนทำเลในบ้าน ย้ายห้องนอน ต่อเติมใหม่ เปลี่ยนหัวเตียง หรือไปได้พืชพันธุ์ไม้ โต๊ะไม้ขนาดมหึมามาไว้ในบ้าน ก่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลง ลดสภาวะสมดุลย์กลมกลืนไปโดยไม่รู้ตัว หรือปล่อยให้บ้านรกร้าง ขาดความเอาใจใส่ พลังหยินซึ่งเป็นพลังแห่งความเงียบ ความตาย เจ็บไข้ได้ป่วย ถ้าพลังหยินเข้าบ้านมากไปก็จะเกิดเหตุนานาดังที่ได้กล่าวมาแล้ว

เมื่อเกิดภัยต่างๆ หรือเรารู้สึกไม่ค่อยดี เมื่อเราเข้ามาในบ้าน จงเชื่อสัมผัสตนเอง ค่อยๆพิจารณาดูว่า สิ่งที่เปลี่ยนแปลงในบ้านในทางที่ไม่ดีนั้น มันมาจากอะไร มันเริ่มเมื่อไหร่ เมื่อเราต่อเติมบ้าน หรือตั้งแต่เราเปลี่ยนห้องนอน ย้ายห้องพระ ต้องหัดสังเกตความเปลี่ยนแปลงเหล่านี้ให้ดี

หลักการปรับทำเล หลังจากการสังเกตสิ่งผิดปกติแล้ว ควรปรับให้เกิดความรู้สึกสมดุล โดยเอาความรู้สึกของตนเองเป็นเครื่องวัดเป็นลำดับแรก เช่น หากเราเป็นคนที่ชอบอะไรโล่งๆ โปร่งๆ เมื่อมีสิ่งอื่นเข้ามาในบ้าน ทำให้ความรู้สึกของเราไม่โปร่ง เราก็จัดวางใหม่ หมุนไปหมุนมา ให้เกิดความรู้สึกที่โล่งๆ โปร่งๆ ของเรากลับคืนมา

หากเราต่อเติมแล้ว ทำให้บางส่วนของห้องมืดทึบไป ก็ต้องใส่แสงไฟหรือใส่โทนสีให้สว่างขึ้น หากย้ายที่ตั้งพระ ให้ลองทำสมาธิดู ถ้าไม่รู้สึกสะดวกหรือไม่รู้สึกว่าสมาธิจะดีขึ้นกว่าเดิม ก็ต้องจัดให้ความรู้สึกเดิมๆของเราดีขึ้น

ถ้าบ้านของเราอยู่กันอย่างสงบ อยู่ๆก็มีเหตุทะเลาะเบาะแว้งกัน จงสังเกตว่ามีใครนำอะไรใหญ่ๆแปลกๆเข้ามาว่างในบ้านก็ต้องเอาสิ่งเหล่านั้น ออกไป



ปราณกับที่อยู่อาศัย ตอนที่ ๒

จากประสบการณ์ในการเดินทางร่วมกับคนหมู่มาก ถ้าเดินทางไปกับคนรุ่นใหม่ จะมีความรู้สึกว่าหยางแรง มีการรวมพลัง อาจเสียงดังไปกล้ำเกินคนอื่น ล่วงเกินคนอื่น ขาดความสังเกต ขาดความละเอียดในการมองคนรอบข้างว่ารู้สึกกับตนเองอย่างไร ในขณะที่กลุ่มของคนที่ถูกมองว่าโบราณ คร่ำครึ งมงาย ไร้สาระ จะเรียบร้อย ก็เคยเดินทางไปกับกลุ่มคุณหมอแผนโบราณ จะมีความเกรงอกเกรงใจคนรอบข้าง สุภาพเรียบร้อย ปฏิบัติตามกฎระเบียบ โดยเฉพาะในเที่ยวบิน อย่างเช่นว่าก่อนเครื่องบินลงจอด อย่าลุกขึ้นมา กลุ่มที่หยางแรง จะลุกขึ้นมาในขณะที่เครื่องบินยังไม่ทันจอด แต่กลุ่มที่หยินแรง ๆ กลุ่มคนโบราณกลับนั่งเรียบร้อยและปฏิบัติตามกฎ ว่านอนสอนง่าย จึงไม่รู้ว่าวัฒนธรรมของคนสมัยใหม่เจริญหรือถอยหลัง กับคนอีกกลุ่มหนึ่งที่บอกว่าศึกษาศาสตร์โบราณ แต่มีวัฒนธรรมที่ก้าวหน้า ฝากให้เป็นข้อคิดว่า เราควรจะหันมาศึกษาศาสตร์โบราณว่าเขาสอนอะไร สอนให้คนเป็นผู้ดี และศาสตร์สมัยใหม่สอนให้คนเป็นอะไร ถึงได้ออกมาทิ่มแทงเกะกะ เสียวัฒนธรรมของไทย

ย้อนกลับมาเรื่องเป้าหมายของศาสตร์ฮวงจุ้ย อยู่ที่ทำให้ปราณในบ้านและนอกบ้านถ่ายเทสะดวก ทำให้ชี่ภายในร่างกายของเรากับบ้าน กับการประกอบอาชีพ การเคลื่อนไหวสอดคล้องกัน ซึ่งปราณตัวนี้เรามองไม่เห็น เราก็มองว่าเป็นเรื่องไสยศาสตร์หรือเปล่า แต่ขอให้ศึกษาอย่างลึกซึ้ง อย่าศึกษาแบบที่เรียกว่าเอาสิ่งอภินิหารเข้ามาเจือปน หรือมีเทพดลบันดาล การสอดคล้องตัวนี้ ถ้าเรามองในแง่ของวิทยาศาสตร์ อย่างคนที่ชอบเคลื่อนไหว เวลาอยู่บ้านก็ต้องจัดเฟอร์นิเจอร์แบบที่เรียกว่าตัวเองเคลื่อนไหวสะดวก และดูโล่งโปร่ง ๆ สบาย ๆ คนที่ชอบดู นั่ง คิด ถ้าเดินมากจะเสียเวลา ชอบบ้านที่เล็ก ๆ กะทัดรัด ออกไปทำงานก็อยู่ในห้องทำงานเล็ก ๆ และมีสมาธิ อันนี้คือความสอดคล้อง บางคนอยู่ที่บ้านรกอย่างไร ที่ทำงานก็รกอย่างนั้น คือนิสัยส่วนตัว อยู่ที่ไหนก็เหมือนกันหมด แต่ไม่ว่าจะเป็นวิทยาศาสตร์งมงายหรือโหราศาสตร์งมงาย ถ้าเราเข้าบ้านแล้ว บ้านสะอาด สบายตา สบายใจในความชอบของตน เราก็สบายใจ แต่ถ้ากลับเข้ามาในบ้าน เราเห็นสิ่งที่ไม่ชอบคาอยู่หน้าประตู ก็จะรู้สึกหงุดหงิดไปตลอดจนถึงห้องนอน ก็จะต้องทะเลาะกัน อย่างนี้ทางโหราศาสตร์เรียกว่า "ปราณ"  ทางวิทยาศาสตร์เรียกเพียงว่า บ้านรกไม่ถูกใจ

ถ้าสมมุติการหมุนเวียนของเรา เรามาจากในที่ ๆ เป็นหยางเต็มที่ ถ้าเราเข้ามาบ้าน มาที่สงบ เยือกเย็น สบายตาสบายใจ ก็เกิดความสมดุลระหว่างการเคลื่อนไหวและสงบนิ่ง การพูดแบบนี้ เป็นการพูดแบบปรัชญาและลึกซึ้ง ก็มีคำพังเพยเก่าแก่ที่บอกว่า "ประตูรับความรุ่งเรืองแห่งฤดูกาล บ้านเรือนรับความมั่งคั่งแห่งทิศ"  เพราะประตูเป็นตัวที่เปิดออกไปเจออะไรก่อน ที่จะทำให้เราอารมณ์รื่นรมย์ เข้าบ้านมาเราเจออะไรที่ทำให้สบายใจ บ้านเรือนเราตั้งอยู่ในทิศทางที่ถูก อับลมหรือเปล่า ติดแอร์ทุกทิศทุกทาง แต่ยังดูอึดอัด หรือว่าเข้าบ้านมาแล้ว รู้สึกไม่ขัดกับธรรมชาติ อยู่แล้วสบายใจ ไม่ฝืน เหมือนกับรับความมั่งคั่งแห่งทิศ คืออยู่บ้านที่มีธาตุลมดี ธาตุอะไรต่าง ๆ มีความสมดุล จึงอยากบอกว่าสิ่งที่เราเชื่อหรือที่เราคิด ไม่ว่าจะเป็นวิทยาศาสตร์งมงาย หรือโหราศาสตร์ ก็เป็นเรื่องเดียวกัน เพียงแต่เราเพิ่มความละเอียดของความเข้าใจในปรัชญาการดำเนินชีวิตของคนโบราณ ให้มากขึ้น โดยตัดเอาน้ำหรือสิ่งคิดว่าเป็นวิชาที่งมงายออกไป เพราะเป็นวิชาที่มีหลักการที่ต้องเรียนรู้

ในหลักของฮวงจุ้ย ทุกสายทุกสำนักจะเหมือนกันหมด คือต้องดึงกำลังใจของบุคคลผู้อยู่อาศัยหรือผู้ประกอบการออกมาให้ได้ก่อน ถ้าซินแสไม่สามารถพูดคุยจนคนมีกำลังใจขึ้นมาได้ การวางฮวงจุ้ยตรงนั้นไม่มีประโยชน์ เหมือนกับคนที่ไม่ปรารถนาจะมีชีวิตอยู่ แต่เป็นโรคภัยไข้เจ็บ รักษาเท่าไรก็ไม่ขึ้น เพราะกำลังใจไม่มี หรือคนบางคนเป็นโรคร้าย แต่มีกำลังใจมากมายมหาศาล จะมีพลังตัวหนึ่งเกิดขึ้น กระตุ้นแรงของชีวิตขึ้นมา ฉันใดฉันนั้นในการที่คนที่เราประสบปัญหา ถ้ามีกำลังใจ อย่างไรก็สู้ได้

เพราะฉะนั้นในหลักของฮวงจุ้ยขั้นต้นของทุกสายทุกสำนัก ต้องดึงกำลังใจของคนขึ้นมาก่อน กำลังใจของคนก็มีหลายระดับ บางคนบอกว่า จะมีกำลังใจต่อเมื่อมีเทพมาช่วยเหลือ บางคนกำลังใจอยู่ที่คนที่รักรอบข้าง อยู่ที่คำพูด อยู่ที่การชี้ให้เห็น ขึ้นอยู่กับว่าซินแสแต่ละคนที่จะมองว่าเขาต้องการอะไร และต้องดึงสิ่งที่ขาดขึ้นมาให้ได้ก่อน หลังจากนั้น พอเขามีพลังใจที่จะพูด ที่จะคิด ที่จะทำ เราถึงจะค่อย ๆ ดำเนินการแก้ไข ลักษณะของสิง หรือ วัตถุต่าง ๆ ในแต่ละสำนัก เป็นวิธีการที่ทำให้คนแต่ละคนรู้ว่ามีคนที่จะช่วยเหลืออยู่ เขาไม่ได้อยู่คนเดียวในโลก แต่อยู่ที่ว่าใครจะยอมรับศาสตร์แต่ละแบบตามจริต พุทธศาสนายังมีตั้ง 6 จริตในการปฏิบัติ เพราะฉะนั้นจึงดูถูกกันไม่ได้ เรียนรู้ได้ทุกสายทุกศาสตร์ยิ่งดี เพราะจะได้เข้าใจคนทุกประเภทที่มาหาเรา ว่าเขาต้องการอะไร จะไปยึดว่าของตัวเองถูกต้องทั้งหมดก็ไม่ได้ เพราะว่าความต้องการของคนไม่เท่ากัน


ฮวงจุ้ยเสริมดวง, แต่งบ้านเสริมฮวงจุ้ย, ฮวงจุ้ยเข้าใจง่าย, ดวงจีน, ฤกษ์ยาม