ปราณกับที่อยู่อาศัย ตอนที่ ๒

จากประสบการณ์ในการเดินทางร่วมกับคนหมู่มาก ถ้าเดินทางไปกับคนรุ่นใหม่ จะมีความรู้สึกว่าหยางแรง มีการรวมพลัง อาจเสียงดังไปกล้ำเกินคนอื่น ล่วงเกินคนอื่น ขาดความสังเกต ขาดความละเอียดในการมองคนรอบข้างว่ารู้สึกกับตนเองอย่างไร ในขณะที่กลุ่มของคนที่ถูกมองว่าโบราณ คร่ำครึ งมงาย ไร้สาระ จะเรียบร้อย ก็เคยเดินทางไปกับกลุ่มคุณหมอแผนโบราณ จะมีความเกรงอกเกรงใจคนรอบข้าง สุภาพเรียบร้อย ปฏิบัติตามกฎระเบียบ โดยเฉพาะในเที่ยวบิน อย่างเช่นว่าก่อนเครื่องบินลงจอด อย่าลุกขึ้นมา กลุ่มที่หยางแรง จะลุกขึ้นมาในขณะที่เครื่องบินยังไม่ทันจอด แต่กลุ่มที่หยินแรง ๆ กลุ่มคนโบราณกลับนั่งเรียบร้อยและปฏิบัติตามกฎ ว่านอนสอนง่าย จึงไม่รู้ว่าวัฒนธรรมของคนสมัยใหม่เจริญหรือถอยหลัง กับคนอีกกลุ่มหนึ่งที่บอกว่าศึกษาศาสตร์โบราณ แต่มีวัฒนธรรมที่ก้าวหน้า ฝากให้เป็นข้อคิดว่า เราควรจะหันมาศึกษาศาสตร์โบราณว่าเขาสอนอะไร สอนให้คนเป็นผู้ดี และศาสตร์สมัยใหม่สอนให้คนเป็นอะไร ถึงได้ออกมาทิ่มแทงเกะกะ เสียวัฒนธรรมของไทย

ย้อนกลับมาเรื่องเป้าหมายของศาสตร์ฮวงจุ้ย อยู่ที่ทำให้ปราณในบ้านและนอกบ้านถ่ายเทสะดวก ทำให้ชี่ภายในร่างกายของเรากับบ้าน กับการประกอบอาชีพ การเคลื่อนไหวสอดคล้องกัน ซึ่งปราณตัวนี้เรามองไม่เห็น เราก็มองว่าเป็นเรื่องไสยศาสตร์หรือเปล่า แต่ขอให้ศึกษาอย่างลึกซึ้ง อย่าศึกษาแบบที่เรียกว่าเอาสิ่งอภินิหารเข้ามาเจือปน หรือมีเทพดลบันดาล การสอดคล้องตัวนี้ ถ้าเรามองในแง่ของวิทยาศาสตร์ อย่างคนที่ชอบเคลื่อนไหว เวลาอยู่บ้านก็ต้องจัดเฟอร์นิเจอร์แบบที่เรียกว่าตัวเองเคลื่อนไหวสะดวก และดูโล่งโปร่ง ๆ สบาย ๆ คนที่ชอบดู นั่ง คิด ถ้าเดินมากจะเสียเวลา ชอบบ้านที่เล็ก ๆ กะทัดรัด ออกไปทำงานก็อยู่ในห้องทำงานเล็ก ๆ และมีสมาธิ อันนี้คือความสอดคล้อง บางคนอยู่ที่บ้านรกอย่างไร ที่ทำงานก็รกอย่างนั้น คือนิสัยส่วนตัว อยู่ที่ไหนก็เหมือนกันหมด แต่ไม่ว่าจะเป็นวิทยาศาสตร์งมงายหรือโหราศาสตร์งมงาย ถ้าเราเข้าบ้านแล้ว บ้านสะอาด สบายตา สบายใจในความชอบของตน เราก็สบายใจ แต่ถ้ากลับเข้ามาในบ้าน เราเห็นสิ่งที่ไม่ชอบคาอยู่หน้าประตู ก็จะรู้สึกหงุดหงิดไปตลอดจนถึงห้องนอน ก็จะต้องทะเลาะกัน อย่างนี้ทางโหราศาสตร์เรียกว่า "ปราณ"  ทางวิทยาศาสตร์เรียกเพียงว่า บ้านรกไม่ถูกใจ

ถ้าสมมุติการหมุนเวียนของเรา เรามาจากในที่ ๆ เป็นหยางเต็มที่ ถ้าเราเข้ามาบ้าน มาที่สงบ เยือกเย็น สบายตาสบายใจ ก็เกิดความสมดุลระหว่างการเคลื่อนไหวและสงบนิ่ง การพูดแบบนี้ เป็นการพูดแบบปรัชญาและลึกซึ้ง ก็มีคำพังเพยเก่าแก่ที่บอกว่า "ประตูรับความรุ่งเรืองแห่งฤดูกาล บ้านเรือนรับความมั่งคั่งแห่งทิศ"  เพราะประตูเป็นตัวที่เปิดออกไปเจออะไรก่อน ที่จะทำให้เราอารมณ์รื่นรมย์ เข้าบ้านมาเราเจออะไรที่ทำให้สบายใจ บ้านเรือนเราตั้งอยู่ในทิศทางที่ถูก อับลมหรือเปล่า ติดแอร์ทุกทิศทุกทาง แต่ยังดูอึดอัด หรือว่าเข้าบ้านมาแล้ว รู้สึกไม่ขัดกับธรรมชาติ อยู่แล้วสบายใจ ไม่ฝืน เหมือนกับรับความมั่งคั่งแห่งทิศ คืออยู่บ้านที่มีธาตุลมดี ธาตุอะไรต่าง ๆ มีความสมดุล จึงอยากบอกว่าสิ่งที่เราเชื่อหรือที่เราคิด ไม่ว่าจะเป็นวิทยาศาสตร์งมงาย หรือโหราศาสตร์ ก็เป็นเรื่องเดียวกัน เพียงแต่เราเพิ่มความละเอียดของความเข้าใจในปรัชญาการดำเนินชีวิตของคนโบราณ ให้มากขึ้น โดยตัดเอาน้ำหรือสิ่งคิดว่าเป็นวิชาที่งมงายออกไป เพราะเป็นวิชาที่มีหลักการที่ต้องเรียนรู้

ในหลักของฮวงจุ้ย ทุกสายทุกสำนักจะเหมือนกันหมด คือต้องดึงกำลังใจของบุคคลผู้อยู่อาศัยหรือผู้ประกอบการออกมาให้ได้ก่อน ถ้าซินแสไม่สามารถพูดคุยจนคนมีกำลังใจขึ้นมาได้ การวางฮวงจุ้ยตรงนั้นไม่มีประโยชน์ เหมือนกับคนที่ไม่ปรารถนาจะมีชีวิตอยู่ แต่เป็นโรคภัยไข้เจ็บ รักษาเท่าไรก็ไม่ขึ้น เพราะกำลังใจไม่มี หรือคนบางคนเป็นโรคร้าย แต่มีกำลังใจมากมายมหาศาล จะมีพลังตัวหนึ่งเกิดขึ้น กระตุ้นแรงของชีวิตขึ้นมา ฉันใดฉันนั้นในการที่คนที่เราประสบปัญหา ถ้ามีกำลังใจ อย่างไรก็สู้ได้

เพราะฉะนั้นในหลักของฮวงจุ้ยขั้นต้นของทุกสายทุกสำนัก ต้องดึงกำลังใจของคนขึ้นมาก่อน กำลังใจของคนก็มีหลายระดับ บางคนบอกว่า จะมีกำลังใจต่อเมื่อมีเทพมาช่วยเหลือ บางคนกำลังใจอยู่ที่คนที่รักรอบข้าง อยู่ที่คำพูด อยู่ที่การชี้ให้เห็น ขึ้นอยู่กับว่าซินแสแต่ละคนที่จะมองว่าเขาต้องการอะไร และต้องดึงสิ่งที่ขาดขึ้นมาให้ได้ก่อน หลังจากนั้น พอเขามีพลังใจที่จะพูด ที่จะคิด ที่จะทำ เราถึงจะค่อย ๆ ดำเนินการแก้ไข ลักษณะของสิง หรือ วัตถุต่าง ๆ ในแต่ละสำนัก เป็นวิธีการที่ทำให้คนแต่ละคนรู้ว่ามีคนที่จะช่วยเหลืออยู่ เขาไม่ได้อยู่คนเดียวในโลก แต่อยู่ที่ว่าใครจะยอมรับศาสตร์แต่ละแบบตามจริต พุทธศาสนายังมีตั้ง 6 จริตในการปฏิบัติ เพราะฉะนั้นจึงดูถูกกันไม่ได้ เรียนรู้ได้ทุกสายทุกศาสตร์ยิ่งดี เพราะจะได้เข้าใจคนทุกประเภทที่มาหาเรา ว่าเขาต้องการอะไร จะไปยึดว่าของตัวเองถูกต้องทั้งหมดก็ไม่ได้ เพราะว่าความต้องการของคนไม่เท่ากัน


ฮวงจุ้ยเสริมดวง, แต่งบ้านเสริมฮวงจุ้ย, ฮวงจุ้ยเข้าใจง่าย, ดวงจีน, ฤกษ์ยาม



ปราณกับที่อยู่อาศัย ตอนที่ ๑

ในคัมภีร์อี้จิง ซึ่งเป็นคัมภีร์เก่าแก่  มีบทกลอนในการวิเคราะห์ ทำนาย และสอนใจ มีคติ  โดยเฉพาะโอวาทของท่านเหลี่ยวฝาน ก็มีปรากฎในคัมภีร์อี้จิงด้วย  มีความตอนหนึ่งบอกว่า "แหงนหน้าพิเคราะห์ปรากฎการณ์ของดวงดาว ก้มหน้าตรวจสอบลักษณะพื้นภูมิ"  ฮวงจุ้ยกับดาราศาสตร์และภูมิศาสตร์แยกกันไม่ออก เพราะฉะนั้นการที่ซินแสฮวงจุ้ยได้รับการขนานนามว่า "เซียนภูมิประเทศ"  ก็จะต้องมีความรู้ในเรื่องของดาราศาสตร์ โหราศาสตร์ด้วย

หลักที่ต้อง แหงนหน้าพิเคราะห์ปรากฏการณ์ของดวงดาว ก้มหน้าตรวจสอบลักษณะพื้นภูมินี้  โลกก็เป็นดาวดวงหนึ่ง ทางวิทยาศาสตร์ปฏิเสธไม่ได้ว่า เราอยู่ภายใต้อิทธิพลของสภาพดินฟ้าอากาศ จนกระทั่งมาถึงรายละเอียดเล็กน้อย บ้านเล็ก บ้านสะอาด ก็มีผลทางอารมณ์ อันนี้คือปรากฎการณ์ที่เกี่ยวกับการตัดสินใจ อารมณ์ การหล่อหลอมสภาพแวดล้อมทางวัตถุและบุคคลมาจากสิ่งที่อยู่รอบตัวเรา

ฮวงจุ้ยมีกำเนิดมาจาก "เรือนหยิน หรือที่เรียกว่า สุสาน"  ชาวจีนให้ความสำคัญกับสิ่งที่เรียกว่า "ลงดินคืนสู่ความสงบ ไม่เคลื่อนไหว"  พิธีฝังศพต่าง ๆ จึงเน้นที่การฝังดิน ชาวจีนจะพิถีพิถันในเรื่องภูมิประเทศและการล่วงเกินเจ้าที่เจ้าทาง เพราะฉะนั้นก่อนที่จะฝังหรือทำพิธี ต้องมีเซียนภูมิประเทศหรือซินแสฮวงจุ้ยช่วยเลือกสถานที่ที่เหมาะสม เพื่อทำเป็นสุสาน และได้รับการปกปักรักษาจากปราณดิน คือ ที่ดี ดินดี พืชดี คนที่เรารัก จะได้ไปอยู่ในปราณที่ดี ๆ และสามารถปกป้องคุ้มครองลูกหลานให้ร่มเย็นเป็นสุข  ทัศนคติของชาวจีนได้ให้ความสำคัญกับการมีชีวิตอยู่มากกว่าความตาย

ดังนั้น ในลักษณะการเลือกภูมิประเทศ จึงไม่ใช่เฉพาะสำหรับที่สงบเท่านั้น ยังต้องส่งผลไปถึงบุคคลที่ยังมีชีวิต ซึ่งมีความสำคัญเท่าเทียมกัน คือต้องมีความสอดคล้องกัน  ฮวงซุ้ยอาจจะยิ่งใหญ่ ดูดี แต่ลูกหลานไม่มีกำลังรับก็ยากที่จะเจริญ

การที่ลูกหลานจะรับได้ จะต้องมีฮวงจุ้ยหรือปราณที่สอดคล้องกัน และความประพฤติที่สืบสายเลือด คือ ต้องมีคุณธรรม ทำอะไรที่ถูกกาล ถูกทิศถูกทางทั้งหมด  และลักษณะภูมิประเทศที่สอดคล้องระหว่างฮวงซุ้ยสำหรับบรรพชนกับลูกหลานที่ ยังมีชีวิตอยู่ ปราณจะต้องผสมผสานกัน ความเจริญถึงไปสู่กัน  สมมุติเราอยู่อย่างดี แต่สุสานบรรพชนไม่ดีเลย แสดงว่าปราณไม่ถึงกันแล้ว  หรือว่าเราทำสุสานอย่างใหญ่โต แต่เราไม่เคยได้รับคุณธรรมของพ่อแม่เลย ยังเกียจคร้านเหมือนเดิม บ้านช่องไม่ดูแลเอาใจใส่ ก็ไม่สอดคล้องกันอีก


ฮวงจุ้ยบ้าน, ฮวงจุ้ยคอนโด, ฮวงจุ้ยร้านค้า, ฮวงจุ้ยห้องนอน, อาจารย์แอน

 
อย่างไรก็ตาม ทัศนคติอันนี้ ในเรื่องเกี่ยวกับฤดูกาล หรือเส้นแบ่งวันมงคลและวันอัปมงคล ก็คือวิชาสถิติที่รวบรวมมาจากการพิเคราะห์ลักษณะภูมิอากาศในบริเวณลุ่มแม่ น้ำฮวงโห เป็นเวลาหลายร้อยหลายพันปี จนพบว่าอากาศวันนั้น ปีนั้น ดีอย่างไร จากนั้นจึงมากำหนดวัน และเขียนว่าวันนั้นวันนี้ควรจัดงานหรือไม่ควรจัดงาน ซึ่งตรงกันทุกปีจนกลายเป็นที่มาที่ไป อย่างเช่น 60 ปี คือ 1 รอบจะวนมาบรรจบ มังกร 60 ตัว แต่ละปี แต่ละธาตุจะไม่เหมือนกัน  สิ่งเหล่านั้นที่ได้กำหนดลงในปฏิทิน คือ สิ่งที่นักปราชญ์ชาวจีนได้กำหนดมาจากการหมุนเวียนของฤดูกาล 4 ฤดู ทิศ ธาตุ ต่าง ๆ เพราะฉะนั้นจึงไม่ใช่เรื่องเหลวไหล เพียงแต่ว่าในคัมภีร์หรือบันทึกที่เขียนเอาไว้ เป็นสิ่งที่คนทั่วไปมองไม่เห็น เพราะเป็นเรื่องเกี่ยวกับปราณที่จับต้องไม่ได้ ชี่ กระแส ความรู้สึก เรื่องเกี่ยวกับจิตศาสตร์ ซึ่งอาจไม่มีเหตุผลอะไรมาวัด แต่เป็นบรรทัดฐาน สิ่งเหล่านี้ระดับการยอมรับจึงค่อนข้างต่ำในโลกวิทยาศาสตร์ คำว่าปราณหรือกระแส เป็นเรื่องที่จะต้องสังเกตถึงจะมองเห็น ต้องมีสมาธิ มีคุณธรรม จิตต้องโปร่งใส ถึงจะเที่ยงธรรม


ฮวงจุ้ยเสริมดวง, แต่งบ้านเสริมฮวงจุ้ย, ฮวงจุ้ยเข้าใจง่าย, ดวงจีน, ฤกษ์ยาม

 
แต่เมื่อความก้าวหน้าทางวิทยาศาสตร์ ดาราศาสตร์ไปอย่างทั่วถึง ถ้าอยากรู้สภาพอากาศเป็นอย่างไร ก็พึ่งอุปกรณ์หรือกรมอุตุนิยมวิทยา และคนส่วนใหญ่ก็ฟังเพื่อใช้ประกอบการตัดสินใจ  แต่ในทางโหราศาสตร์เกี่ยวกับปราณ เกี่ยวกับชี่ เรามองฟ้า มองเมฆ มองลม ก็สามารถบอกได้ว่าจะมาจากทิศทางไหน หรือมาจากการคำนวณที่บอกว่าดาวจันทร์จะย้ายเข้าสู่ราศีธาตุนั้น จะกระทบกับตรงนี้ พยากรณ์ไว้ล่วงหน้า 2-3 วันว่า ในช่วงนี้จะมีลมแรง อาจมีพายุฝนกระทันหัน มาแบบฝนไล่ช้าง อันนี้เกิดจากปราณ เกิดจากกระแสการหมุนเวียนของดวงดาว หรือแม้กระทั่งการไปดูทางเดินของนก ทางวิทยาศาสตร์อาจกำหนดทฤษฎีว่า นกบินมาจากทิศนั้น มาจากขั้วโลก มาจากเส้นรุ้งแวงตรงนั้น แต่ทางปราณ การจับสังเกต นอกจากจะดูทิศทางลมแล้ว ยังดูความเป็นธรรมชาติด้วยว่า นกตัวใหญ่ตัวเล็กจะบินมาจากทิศไหน เราก็บอกได้เหมือนกัน ปราณที่มองไม่เห็น และจับต้องไม่ได้ ระดับการยอมรับจะค่อนข้างต่ำ ต้องอาศัยการเรียนรู้อย่างมากในศาสตร์โบราณ 



ปราณภายในและปราณภายนอก ตอนที่ ๒

คนที่มีธาตุดินเป็นธาตุประจำตัว ถ้าเป็นดินที่แข็งแกร่ง ก็สามารถที่จะบริหารและคัดเลือกตัวบุคคลให้เหมาะกับงานองค์กรนั้น ๆ และสามารถพัฒนาเป็นกิจการที่ใหญ่โต  หมายความว่า จะต้องอยู่บ้านที่มีลักษณะดูปักหลัก หนักแน่น มั่นคงอย่างธาตุดิน เหมือนกับห้างเซ็นทรัล ไม่สูงมาก แต่ฐานกว้าง ถ้าทำงานองค์กรใหญ่ ๆ และบ้านเป็นลักษณะยาว มีลักษณะของธาตุไม้ เจ้าตัวจะสุขภาพไม่แข็งแรง

การปรับแก้ไขทำเล จำเป็นต้องพิจารณาธาตุของบุคคลให้ชัดเจน  เราเกิดวันอะไร ธาตุอะไร ฤดูอะไร สมมุติถ้าเราอยู่ธาตุไม้ และไปเกิดในฤดูของไม้ ประมาณเดือนกุมภาพันธ์-เมษายน อันนี้ไม้เราแข็งแกร่งมาก อาจจะต้องระบายด้วยธาตุไฟให้เกิดความพอดี ต้องมีการปรับธาตุให้พอดี อย่างไรก็ตามถ้าไม่รู้ว่าเราธาตุอะไร ให้นึกว่าเราทำงานอะไร และเรารู้สึกว่าเราเจริญในหน้าที่การงานนั้น ให้แยกมาเลยว่าหน้าที่การงานนั้นเป็นธาตุอะไร แสดงว่าที่เราเจริญสอดคล้องกับธาตุตัวเราแล้ว เพราะว่าธาตุนั้นเป็นธาตุเสริมหรือว่าเป็นธาตุของตัวเราอยู่แล้ว หลังจากนั้น เราดูว่าเราชอบงานนี้ เจริญงานนี้ บ้านของเรา ทำให้เรามีปัญหาเรื่องสุขภาพหรือเปล่า เพราะว่าธาตุอาจขัดกับสิ่งที่เรากำลังทำอยู่ นั่นคือการเช็คสอบ

สำหรับบุคคลที่มีธาตุน้ำเป็นธาตุประจำตัว น้ำมีหลายอย่าง ทั้งน้ำแรง น้ำอ่อยๆ น้ำพุ น้ำไหล น้ำคลอง น้ำทะเล ธาตุน้ำมีความหมายถึงคำว่ายืดหยุ่น เข้าได้ทุกสถานที่ ใครก็ตามที่เป็นคนธาตุน้ำ คือทำงานด้านการตลาด การวิเคราะห์ การบริการ การวิจัย ที่ปรึกษา ดูแล กำกับ การโฆษณา ประชาสัมพันธ์ จะเหมาะมากที่สุด หากคนไหนทำงานเกี่ยวกับด้านนี้ และมีคอนโดหรือบ้านติดแม่น้ำ จะช่วยส่งเสริมให้เกิดความก้าวหน้า ความเจริญรุ่งเรืองขึ้นไปอีก แต่ถ้าธาตุน้ำมากเกินไป ควรระบายด้วยธาตุไม้

เพราะฉะนั้น น้ำกับไม้จะเป็นของคู่กัน ต้องมีอยู่ในทุกที่ของบุคคลที่ทำงานทางด้านการตลาด  บ้านคนที่อยู่ในที่ดินโล่ง ๆ จะไม่มีองค์ประกอบอะไรเลย แต่ถ้าบ้านเรามี 2 ชั้น เป็นฐานกว้าง และดูหนักแน่น มีต้นไม้ยืนต้นและมีน้ำ แค่นี้ธาตุเราครบแล้ว

ยกตัวอย่างเช่น สนามกอล์ฟ เป็นที่โล่ง ๆ  ถ้าทำอาคารคลับเฮ้าส์ จะต้องไม่สูงมาก ไม่กลวง ไม่โล่ง ดูฐานกว้าง มีต้นไม้ใหญ่หนึ่งต้น และมีน้ำที่รองรับเป็นแอ่งน้ำ สนามกอล์ฟนั้นก็อยู่รอด  ถ้าสนามกอล์ฟไม่มีองค์ประกอบของมังกรเขียวเสือขาว อยู่ที่ดินโล่ง ๆ หรือเป็นที่ดินที่ขาดพลัง ถ้ามีน้ำมากเกินไป น้ำจะทำลายดิน (สนามกอล์ฟคือธาตุดิน) หรือมีช่องลมมากเกินไป ทำให้ลมพัดเข้าทุกทิศทุกทาง พอเข้าไป ธาตุลมแรงเกินไป ทำให้ไม้กับลมดูดดิน สนามกอล์ฟนั้นก็อยู่ไม่ได้

นอกจากนี้ ถ้าลักษณะการวางห้องตัดเป็นสี่แยก เป็นรูปกากบาท มีโถงกลาง จะไม่เหมาะเท่าไหร่ เพราะว่าสี่แยกหมายถึงธาตุที่ขาด เป็นการตัดธาตุดินออกเป็นส่วน ๆ ทางเข้าต้องรับด้วยหมิงถัง แผนกต้อนรับก็มีความสำคัญ

อันนี้คือความสอดคล้องของอาชีพกับพื้นที่ และคนที่นั่งบริหารสนามกอล์ฟต้องมีลักษณะของความหนักแน่น วางแผนเก่ง ประนีประนอม เป็นธาตุที่มีความเข้มแข็งในตัว สามารถบริหารและคัดเลือกตัวบุคคลให้เหมาะกับงานหรือองค์กรนั้นๆ  คือมีลักษณะที่มีธาตุดินแข็งแกร่ง ถึงจะทำตรงนี้ได้ดี

อีกตัวอย่าง เป็นบ้านพักตากอากาศของคนที่เกษียณอายุ ถ้ามีบ้านอยู่บนภูเขา มีธาตุลมรุนแรง ธาตุน้ำไหลรุนแรง ร่างกายจะรับไม่ได้ จะเจ็บไข้ได้ป่วย เพราะคนที่เกษียณอายุ พลังในกายหรือปราณน้อยลงไป ชี่จะเดินช้าลง ชี่จะยึดติดที่มากกว่า อันนี้ต้องระวังและคำนึงถึงธาตุในตัวที่อ่อนลง  อย่างคนที่มีธาตุทอง เป็นคนที่มีนิสัยหรืออารมณ์รุนแรง สามารถอยู่ในพื้นที่ที่ธาตุลมรุนแรงได้ดี

ควรให้ความสำคัญเรื่องปราณภายนอกและปราณภายใน เพราะมีความเกี่ยวพันกันอย่างยิ่ง ไม่ว่าจะเป็นตัวบุคคล สถานที่ ลักษณะของกิจการ ต้องไปด้วยกันทั้งหมด กิจการนั้นถึงจะรุ่งเรือง



ปราณภายในและภายนอก ตอนที่ ๑

ศาสตร์ที่ว่าด้วยทำเล กำหนดว่าโลกนี้ประกอบไปด้วย 5 ธาตุ หรือที่เรียกว่าเบญจธาตุ ได้แก่ น้ำ ไม้ ไฟ ดิน และทอง ปราณหรือชี่ คือ ลมหายใจของจักรวาล มีกระแสอยู่รอบ ๆ ตัวเรา มีทั้งอากาศที่เคลื่อนไหวและไม่เคลื่อนไหว โดยปราณหรือกระแสที่อยู่รอบ ๆ ตัวเรา กับปราณที่อยู่ภายในตัวเรา ต้องมีอะไรที่สอดคล้องและกลมกลืนกัน เราถึงอยู่อย่างสบาย อยู่แล้วเจริญ ซึ่งในปัจจุบันรวมไปถึงการทำงานด้วย คือ กระแสในที่ที่เราต้องไปทำงาน ทำงานประเภทไหน เหมาะกับสิ่งที่เราเคยชิน คุ้ยเคย ถ้าเกิดปราณทั้งหมดรวมกันเป็นหนึ่งเดียว นั่นคือความเจริญ ซึ่งจะประกอบไปด้วย ฟ้าประทาน ถ้าสภาพดินฟ้าอากาศ ทำเลที่อยู่อาศัย อาชีพที่เราประกอบการ กับสิ่งที่อยู่ภายในตัวเราสอดคล้องกันหมด ก็จะมีพลัง
สรุปแล้วคือ ถ้าหากเรามีความเข้าใจในธรรมชาติแล้ว ทุกสิ่งทุกอย่างจะสอดคล้องและทำให้เกิดพลังในตัวเรา

ก่อนอื่นต้องสังเกตรอบ ๆ ตัวเรา มีธาตุอะไรที่แรงที่สุด อย่างบางคนอยู่บ้านที่มีบริเวณ มีสวน หรือชอบทำสวน อันนี้คือธาตุไม้เด่น บางคนอยู่บ้านที่เป็นคอนกรีต ซีเมนต์ ปูหินอ่อน ปูแกรนิต ก็มากไปด้วยธาตุทอง หรือบางแห่งเต็มไปด้วยแสงสี ตอนกลางคืนยังเปิดไฟสว่างไสว อาจเป็นเขตที่ทำการค้าเหมือนกับเยาวราช หรือมีคนพลุกพล่านตลอดเวลา ติดกับวัด ติดกับสถานที่ราชการ ก็ถือว่ามากไปด้วยธาตุไฟ บางแห่งอยู่ติดแม่น้ำ อยู่กับเขา อยู่ตึกสูง ๆ ก็มากไปด้วยธาตุลม

ถ้าหากบ้านของเราอยู่ในที่ลมแรง ลมพัดจัด อย่างเช่นบ้านติดทะเล หรือปลูกบ้านอยู่ในทิศทางลม จะทำให้ธาตุลมภายในตัวเราแข็งแกร่งไปด้วย จะเป็นคนสู้ชีวิต ไม่ว่าเพศใดจะมีอารมณ์โผงผางรุนแรง มีอิสระทางความคิด ไม่ซับซ้อน ตามธรรมชาติตัวบ้านที่อยู่ในทิศที่ลมแรง จะต้องมีเสาเรือน หลังคาบ้าน หรือตัวบ้านที่ดูหนักแน่น มั่นคง เพื่อยืนหยัดสู้กับพายุ สาเหตุนี้พลอยทำให้อารมณ์ของผู้อยู่อาศัยหนักแน่น มั่นคง และแข็งแกร่งไปด้วย เหมือนกับเราขาดธาตุแต่ถ้าแก้ด้วยความหนักแน่นของหลังคา โครงสร้างแล้ว แสดงว่าเราได้ทั้งดินและทอง

สมมุติเรามีธาตุลมในตัวอ่อน แต่ชอบอยู่บ้านติดชายทะเล หรือชอบอยู่ในที่ลมแรง แสดงว่าธาตุภายในตัวอ่อนกว่าสภาพแวดล้อม หรือพัฒนาตัวเองไม่ทัน เราก็อยู่ไม่ได้นาน มีอันต้องโยกย้ายถิ่นฐานออกจากตรงนั้น ขณะเดียวกันคนที่มีธาตุแข็ง มีกำเนิดในถิ่นที่จะต้องมีการต่อสู้ อาจจะเป็นธาตุทอง เป็นทหาร หรือว่าอยู่ในเมือง หรืออยู่ในที่ที่มีลมทะเลแรง ๆ แล้ววันหนึ่งเกิดไปอยู่บ้านสวน คน ๆ นี้มักจะปลูกต้นไม้ดอกไม้ไม่ค่อยขึ้น ต้องไปอยู่กับสวนไม้สัก สวนที่ดูหนัก ๆ พอกัน เพราะธาตุไม่เท่ากัน

อย่างผู้ใหญ่ท่านหนึ่ง อยู่ในสายตุลาการ เมื่อเกษียณได้ไปปลูกบ้านอยู่ต่างจังหวัด ท่านชอบปลูกต้นไม้เล็ก ๆ ไม้ดอกไม้ประดับ ไม้พุ่มเตี้ย เพราะว่าท่านใช้วิชาการตัดสินคดีความมาโดยตลอด ธาตุในตัวอ่อน ถ้าไปอยู่บนยอดเขา ต้องได้รับแนวโอบของเขา ถ้าธาตุในตัวอ่อน ธรรมชาติก็ต้องเข้มแข็งปกป้อง แต่สภาพแวดล้อมใกล้ตัว ก็คืออ่อนโยน ดังนั้นความแตกต่างของธาตุหรือว่าปราณในตัวกับปราณภายนอกต้องพิจารณาอย่าง ละเอียดถี่ถ้วน หากเรามีธาตุที่เข้มแข็ง ต่อสู้ และไปอยู่ในที่ที่แรง ๆ เช่น สามแพร่ง ที่ลมแรง จะไม่ได้เรียกว่าชี่สังหารแต่เรียกว่าธาตุส่งเสริมกัน แต่ถ้าเราเป็นคนธาตุอ่อน เราเกิดในสภาพแวดล้อมหรือชี่ภายในอ่อนโยน เราไปอยู่ในที่แรง ๆ ก็เรียกว่าโดนชี่สังหาร

แต่ถ้าเกิดเราเป็นคนเข้มแข็ง เราไปอยู่ในที่อ่อน ๆ ที่อ่อนนั้นจะรองรับงานเราไม่ได้ ก็จะโค่นลงหมด อย่างเช่น คนที่ทำงานบริษัทก่อสร้าง หรือทำงานบริษัทใหญ่ ๆ แต่ไปอยู่บ้าน 2 ชั้น มีรั้วเตี้ย ๆ มีสวน มีดอกไม้ พอประมูลงานมา บ้านนั้นก็รองรับสิ่งเหล่านี้ไม่ได้ เพราะว่าปราณต่างกัน หรือเจ้าของบ้านเป็นกัปตันเดินเรือทะเล เป็นชาวอเมริกัน อายุ 49-50 ปี มีภรรยาเป็นคนไทย ภายในบ้านมีสวนเล็ก ๆ มีศาลา ปลูกไม้ดอกไม้ประดับทั่วบ้าน ซึ่งกัปตันเดินเรือทะเล เปรียบเสมือนน้ำบวก ทำให้ธาตุน้ำแข็งมาก เราก็ได้เพิ่มน้ำลบ เพื่อให้ความสมดุลย์กัน ก็คือน้ำไหลรินให้อ่อนโยน ธาตุในตัวเขาเป็นคนชอบบริการ ชอบดูแล ก็เป็นธาตุน้ำ ก็สอดคล้องกับตัวเขา

หรือถ้าคน ๆ นั้นมีธาตุอ่อน เช่นเป็นธาตุไม้ ก็สามารถอยู่ในที่ปราณแข็งได้เหมือนกัน ถ้าหากว่าในดวงชะตามีแนวโน้มว่าเป็นคนสู้งาน ก็เป็นไม้ยืนต้นที่หยั่งราก ไม่ใช่ไม้ดอกที่อ่อนแอ ดังนั้นการจะอยู่ไม้หยั่งราก เราต้องดูบ้านที่มีฐาน หลังคา โครงสร้างต่าง ๆ มั่นคง หรือบุคคลที่เป็นธาตุไฟ ไปอยู่ในที่ปราณเข้มแข็ง ต้องเป็นคนที่มีธาตุไฟแข็งแกร่งในตัว ต้องทำงานเกี่ยวกับการวิเคราะห์ มีหลักการ การวางแผน เพราะฉะนั้นในพื้นที่หนึ่ง ๆ ไม่ได้เป็นอันตรายสำหรับคน ๆ หนึ่ง

ความสำคัญของห้องครัวและห้องน้ำ ตอนที่ ๒

เตาที่อยู่ตรงกับประตู หมายถึง ในขณะที่ทำอาหารนั้นหันหลังให้กับประตู ถ้าหันหลังให้กับประตูอย่างนี้ไม่เป็นไร แต่ถ้าตัวผู้ทำอาหารนั้นหันหน้าให้กับประตู ทรัพย์จะรั่วไหล เพราะเปิดมาเจอเตา กระแสของธาตุไฟค่อนข้างแรง กระแสของประตูค่อนข้างแรง เราเปิดประตูไป เราจะสัมผัสกับธาตุลม ถ้าเป็นประตูเลื่อน กระแสของลมที่ประตูเลื่อนจะมีน้อยกว่า แต่ในกรณีที่เป็นบานประตูบานสวิง แรงเหวี่ยงตรงนั้นเขาเรียกว่า ชี่ พลังงานที่ออกไปเกิดแรงไปปะทะกับไฟ คำว่า"ปะทะ" ไม่เกิดผลดี ธาตุไฟย่อมแรงกว่า ธาตุลมกับธาตุไม้คือตัวเดียวกัน ใช้ภาษาจีนคำว่า "ซวิ่น" เหมือนกัน คือทิศตะวันออกเฉียงใต้ เมื่อเกิดการปะทะกัน ไฟมีกำลังแรงกว่า ไฟก็จะไหลออก พลังงานจะถูกดึงดูดเมื่อประตูสวิงตัวกลับมา คือ การไหลออก หมุนเวียนออกนั่นเอง ซึ่งไม่ควรนัก

เตา หมายถึงความอุดมสมบูรณ์ภายในบ้าน ไม่ได้หมายถึงการไหลออกอย่างผิดธรรมชาติ ประตูกับเตาไม่ควรตรงกันนัยหนึ่ง อีกนัยหนึ่ง ขณะที่ทำครัว ไม่ควรมีอะไรเข้ามาข้างหลังผู้ทำครัว จะก่อเป็นความรู้สึกหวาดระแวง ซึ่งไม่เป็นผลดีกับแม่บ้านหรือคนทำครัวเลย เพราะจะทำให้เป็นคนหงุดหงิดง่าย ใจน้อย แม่ครัวคนใดที่มีนิสัยใจน้อย ขี้บ่น คิดเสียก่อนว่า ตรงจุดทำครัว ให้หันหลังให้เขาปลอดภัยหรือเปล่า มีความสุขในการทำครัวไหม อากาศต้องถ่ายเทและหมุนเวียน ไม่ใช่ร้อน อบ อับ เหงื่อแตกอยู่ในนั้น อากาศไม่ถ่ายเท ถือว่าเป็นมุมอับ ทางแก้คือใช้พัดลมดูดอากาศ ต้องไม่ให้ห้องครัวอับ การตั้งเตาให้ถูก คนโบราณบอกว่าคือชีวิตแต่งงานที่มีความสุข ทั้งนี้ต้องประสานบุคคล และการถนอมน้ำใจกัน ทางหลักฮวงจุ้ยก็ให้ความสำคัญเหมือนกัน

ห้องน้ำอยู่กลางบ้านนั้น หมายถึงเราต้องเดินรอบห้องน้ำได้ แต่ถ้าเป็นทาวน์เฮ้าส์ห้องน้ำอยู่ตรงกลาง แต่เดินไม่รอบ เดินได้แค่ ๓ ด้าน อีกด้านติดกำแพง ถือว่าไม่กลางบ้าน ต้องทำความเข้าใจเสียใหม่ ที่นี้เขาบอกว่าห้องน้ำอยู่กลางบ้าน ตรงกลางบ้านเปรียบเสมือนหัวใจ เป็นธาตุดิน การมีห้องน้ำอยู่กลางบ้านถือว่าเป็นการสลายธาตุดิน จะมีผลในเรื่องสามีภรรยาจะต้องจากกัน ก็มีทางแก้ ตรงกลางให้แขวนลูกคริสตัล แล้วมีตู้ปลา มีต้นไม้อยู่ในห้องน้ำ ตกแต่งห้องน้ำให้มีความรื่นรมย์  มีตู้ปลาถือว่ามีวัตถุประสงค์อื่นด้วยไม่ใช่เป็นแค่ห้องน้ำอย่างเดียว คริสตัลนั้นมีความหมายเป็นธาตุทองก่อกำเนิดน้ำ แล้วต้นไม้ที่อยู่ในห้องน้ำมีความหมายน้ำไปเสริมไม้ ตู้ปลาที่หมุนเวียนคือโชคลาภ ก็เปลี่ยนห้องน้ำเป็นโชคลาภไป ถ้าห้องน้ำอยู่กลางบ้านให้แก้ไขวิธีนี้ แต่ผู้อื่นที่ห้องน้ำเดินไม่รอบ เดินได้แค่ ๓ ด้านก็สบายใจได้ว่าไม่เป็นไร คนที่ซื้อทาวน์เฮ้าส์สองหลังติดกัน อย่างนี้ห้องน้ำจะอยู่ตรงกลางต้องแก้ไข

ตามหลักฮวงจุ้ยแล้ว บ้านที่ปลูกสร้างมาแล้ว แต่มีการรื้อ ทุบ ถอนอย่างมโหฬาร ต้องมีเรื่องถึงกับคอขาดบาดตาย เพราะการรื้อถอนทุบขนาดนั้นเป็นเรื่องใหญ่ เพราะไปเปลี่ยนโครงสร้าง ถ้าพลาดไปนิดเดียว หรือทำไม่ถูกต้อง มีปัญหากันแน่นอน ฉะนั้นการจะทุบ รื้อถอน หมายความว่า ทำเลที่อยู่ร้ายกว่าการทุบหรือรื้อถอน การทุบ รื้อถอนไม่ใช่เรื่องดี การทำลายสิ่งที่มีอยู่แล้วไม่ใช่เรื่องดี ต้องเสียเงินกว่าจะได้ฮวงจุ้ยที่ดีมา แล้วจะดีได้อย่างไร

ฮวงจุ้ยที่ดีคือ จะต้องเสียค่าใช้จ่ายน้อยที่สุด แล้วยังได้โชคลาภกลับมาอีกด้วย จึงถือว่าเป็นฮวงจุ้ยที่สมบูรณ์ที่สุด เพราะได้ตั้งแต่เริ่มต้น เมื่อมีการผิดปกติ ต้องแก้ไขปรับแต่งให้ธาตุอื่น ๆ เข้ามาให้เกิดความสมดุลกลมกลืน ยกเว้นในกรณีที่ว่า สิ่งที่เป็นอยู่ ร้ายแรงจนต้องทุบรื้อถอน ปกติฮวงจุ้ยที่ดีจะไม่ทำกัน

ห้องนอนที่อยู่ตรงกับห้องน้ำ หมายความว่า เปิดมาก็เจอห้องน้ำ ยิ่งห้องน้ำเปิดแล้วเจอชักโครกเลย ความรักจะไม่ยั่งยืน ให้เอาม่านปิดเท่านั้นเอง  คือหลักของฮวงจุ้ย สายตาปะทะสิ่งใด สิ่งเหล่านั้นจึงจะมีอิทธิพล เราคิดว่าสายตาเราปะทะห้องน้ำทุกวัน ลงบันไดมาก็เจอห้องน้ำ เราก็จะเป็นโรคที่เข้าห้องน้ำบ่อย เราเปิดบ้านเจออะไรก่อน ถ้าเจอห้องน้ำก่อน คนในบ้านจะเป็นโรคภัยไข้เจ็บ ออกจากบ้านห้องน้ำส่งหลัง ได้รับคำนินทา จะหงุดหงิด เหมือนเข้ามาในบ้านเราเจอห้องอาหารก่อน ก็จะกินเก่ง ถ้าเป็นคอนโดมิเนียม พอเปิดห้องเข้ามาก็เจอห้องนอนก่อน ก็จะนอนอย่างเดียวเพราะกลับมาก็หมดแรงพอดี

ความสำคัญของห้องครัวและห้องน้ำ ตอนที่ ๑



ห้องครัว ฮวงจุ้ย, ฮวงจุ้ยบ้าน, รับดูฮวงจุ้ย, แก้ฮวงจุ้ย, ฮวงจุ้ยธุรกิจ, อาจารย์แอน
 

 เคยมีคำกล่าวว่า "ห้องครัวโอ่อ่า เครื่องครัวต้องพร้อม ห้องน้ำโปร่งเย็น อากาศสดชื่น ชักนำโชคลาภเข้าบ้าน อาชีพการงานราบรื่น" เพราะฉะนั้นครัวเป็นสิ่งสำคัญ ถึงไม่ได้ทำเป็นประจำก็ตาม แต่ก็ต้องเข้าไปเกี่ยวพัน แม้แต่ที่บ้านเรามีห้องครัวแต่ไม่เคยเข้าไปทำอาหาร แต่อย่างน้อย ครัวของตัวเอง เวลาเช้าปิ้งขนมปัง ต้องหยิบจาน ชาม ช้อน

สมัยก่อน ผู้หญิงเขาถือว่าครองส่วนของห้องครัว แล้วผู้ชายต้องไปทำงานนอกบ้าน โดยเฉพาะชาวจีน ผู้ชายจะออกทำงานนอกบ้าน แล้วผู้หญิงก็ดูแลปากท้อง เช้า กลางวัน เย็น ก่อนไปทำงาน ก็กินอาหารเช้าไปให้อิ่ม ตอนเที่ยง ภรรยาทำอาหารไปส่ง เย็นก็กลับมากินที่บ้าน ผู้หญิงจึงอยู่กับครัวตลอดเวลา ฉะนั้นเทพเจ้าแห่งเตาไฟก็จะเป็นผู้หญิง ดูแลเรื่องอาหารการกิน ความสะอาด มีความสำคัญค่อนข้างมาก การตั้งเตาจะเอาทิศของผู้หญิง (แม่บ้าน) เป็นหลัก ห้องครัวจะต้องมีน้ำ ทำอาหาร ทำอะไรก็ต้องมีซิงค์น้ำเป็นของคู่กัน บางบ้านมีพื้นที่แคบ แล้วยังเอาเครื่องซักผ้ามาเข้ามาอยู่ในครัวด้วย จุดนี้สำคัญเพราะว่าห้องครัวเป็นธาตุไฟ เตาต้องมีไฟ ส่วนธาตุน้ำก็ชัดเจนอยู่แล้ว

น้ำกับไฟ โดยปกติถ้าไม่สมดุลถือว่าเป็นเรื่องใหญ่ เพราะว่าน้ำสามารถดับไฟ ไฟมากไป น้ำก็ระเหยแห้งเป็นหลักธรรมชาติ แล้วยังสำคัญต่อธาตุทั้ง ๕ ที่อยู่ในร่างกายเราด้วย ที่เรียกว่า เบญจธาตุ  ธาตุของเราต้องมีความสมดุลกลมกลืน น้ำกับไฟ ลม อากาศที่พัดผ่าน ลมหายใจของเราหรือธาตุในตัวเราต้องมีความสมดุลจึงจะไม่มีโรคภัยไข้เจ็บ สภาพแวดล้อมภายนอกมีส่วนสำคัญในการเพิ่มหรือลดธาตุในตัวเรา โดยเฉพาะอย่างยิ่งในห้องครัว

สมมุติว่าในครัวของเราเกิดความไม่สมดุล เราสังเกตได้โดยง่ายว่า ใบหน้าของเราจะปรากฏรอยด่างดำที่เรียกว่า ฝ้า จุด หรืออะไรก็แล้วแต่ ซึ่งไม่ได้เกิดจากผิวหนังโดยธรรมชาติ เราต้องสังเกตผิวหนังของเราตามธรรมชาติว่ามีจุดด่างดำอย่างไรบ้าง แต่ทั้งนี้ก็แล้วแต่ผิวใครผิวมัน เพราะหากหน้าของเรามีจุดด่าง ดำ หรือรอยต่าง ๆ ที่มีมาตั้งแต่กำเนิด แต่อยู่ ๆ ไปก็ปรากฏริ้วรอยเพิ่มขึ้น มีด่าง มีดำ มีกระ เหมือนมีฝ้าขึ้น อันนี้แสดงสภาพแวดล้อมของคุณไม่สมดุลแล้ว ซึ่งมันเกิดขึ้นในครัวก่อนที่จะปรากฏขึ้นมาบนใบหน้า เตาไฟซึ่งส่งกระแสอยู่แล้ว ความเป็นน้ำก็ส่งกระแสร่วม น้ำคือรูปธรรม นามธรรมก็ออกมาชัดเจนอยู่แล้ว น้ำกับไฟอยู่ใกล้กัน ไฟหมายถึงทรัพย์สินเงินทองที่เข้า ๆ ออก ๆ แล้วทำให้สะสมลำบากด้วย การแก้ไขทำได้โดยเอาธาตุที่มาเชื่อมแล้วทำให้เกิดความสมดุล นั่นก็คือธาตุไม้ เพราะน้ำจะไปเสริมไม้ก่อน แล้วไม้ก็ไปเสริมไฟอีกที สีเขียวเป็นสีของธาตุไม้ เพราะฉะนั้นจะใช้เครื่องใช้ไม้สอยภายในห้องครัวควรจะเป็นสีเขียว โดยเฉพาะในส่วนที่น้ำกับไฟนั้นใกล้กัน ถ้าเป็นสีเขียวแล้วก็จะช่วยปรับความสมดุลของธาตุต่าง ๆ ให้มีมากขึ้น อย่างนี้ก็จะไม่ทำให้ธาตุเสียสมดุล

ห้องครัวกับห้องน้ำตามคอนโดมิเนียม จะอยู่ใกล้กันมากเพราะพื้นที่ใช้สอยมีจำกัด เมื่อไม่สามารถที่จะแยกกันได้ จึงควรให้ใช้อุปกรณ์ เครื่องใช้ เครื่องครัว ที่มีสีเขียว เพื่อให้เป็นการเชื่อมธาตุเช่นเดียวกับการแก้ไขที่อธิบายไปข้างต้น

มีหลักที่ควรจำไว้ให้ดี คือ เตา หมายถึงจุดที่ทำอาหาร แล้วให้อาหารที่ผ่านการย่อยแล้วดูดซึมเข้าไปในร่างกาย ห้องน้ำ เป็นจุดถ่ายเอาของเสียออก คือการหมุนเวียนทางสรีระ นั่นคือการหมุนเวียนทางร่างกายที่ต้องเป็นไปตามความเหมาะสมกลมกลืน ถ้าตั้งอยู่ใกล้กันจะหมายถึง อาหารที่เข้าไปแล้วออกไปอย่างรวดเร็ว ซึ่งหมายถึงโรคภัยไข้เจ็บ หมายถึงทรัพย์ที่ออกไปด้วย โครงสร้างเหล่านี้ต้องดูให้ดีว่ามันใกล้กัน แล้วเราสามารถที่จะใช้สีเขียวไปวางไว้ที่ตรงไหนได้บ้าง ไม่ว่าจะเป็นรูปภาพ ดอกไม้ ต้นไม้ ซึ่งเราต้องมีศิลปะในการจัดวางด้วย เพราะในการจัดทำทำเลไม่ควรให้มันโดดเด่นสะดุดจนเกินไป จัดให้สวยได้องค์ประกอบของสิ่งของที่จัดวาง และยังได้ความสมดุลกลมกลืนอีกด้วย

กรณีที่ห้องน้ำเปิดประตูออกไปแล้วเจอเตาไฟ ลักษณะนี้ธาตุน้ำปะทะกับธาตุไฟอย่างรุนแรง วิธีการแก้ไขนอกจากจะมีม่านบังที่ห้องน้ำแล้ว ตรงเหนือเตาไฟจะต้องหาอะไรมาติดที่มันสามารถสะท้อนได้ แต่ไม่ใช่กระจก อาจจะเป็นอลูมิเนียมหรือแสตนเลส ติดอยู่เหนืออยู่เตาไฟเพื่อให้สะท้อนพลังของห้องน้ำนั้นกับไฟ เตากับซิงค์น้ำจะต้องตั้งเยื้องกันถึงจะถูกต้อง ห้องน้ำที่อยู่ในครัวค่อนข้างอันตราย เพราะบางที่เตาแก๊สแทบจะไปวางอยู่ในห้องน้ำเลยก็มี ต้องแก้ไขโดยนำเอาตัวถังแก๊สออกมาจากห้องน้ำแล้วใส่ภาชนะสีเขียวหรือม่านติด ผนังห้องน้ำ พยายามอย่าหันประตูห้องน้ำเข้าไปสู่ห้องครัว ให้หันออกไปข้างนอก การหมุนเวียนจะเป็นปกติกว่าการที่จะเดินเข้าครัวแล้วเปิดเข้าห้องน้ำอีกที หนึ่ง แบบนี้ถือว่าค่อนข้างอันตราย


ดูฮวงจุ้ย, เสริมฮวงจุ้ย, ฮวงจุ้ยสุสาน, ฮวงจุ้ยพยากรณ์, ฮวงจุ้ยที่ดิน, ห้องครัว



ทำเลโค้งธนู

 
"ทำเลโค้งธนู" เป็นสภาพแวดล้อมของทำเลที่มีลักษณะโค้งคล้ายกับคันธนู  ซึ่งโดยปกติ ทำเลคันธนูจะคู่กับ "ทำเลสายรัดหยก" เพราะในสมัยโบราณ เวลาที่ขุนนางได้รับการแต่งตั้ง จะได้รับพระราชทานเข็มขัดหยกมาพันรอบเอว หากเคยชมอุปรากรจีนหรือที่เรียกว่า “งิ้ว” เวลาที่ตัวแสดงที่เป็นขุนนางออกมา จะต้องถือหรือยกวงเข็มขัดที่รอบเอวไว้เสมอ ซึ่งเรียกว่าสายรัดหยกนั่นเอง แสดงถึงความเจริญรุ่งเรืองในหน้าที่การงาน และความมั่งคั่งอีกด้วย



ฮวงจุ้ย, ฮวงจุ้ยบ้าน, รับดูฮวงจุ้ย, แก้ฮวงจุ้ย, ฮวงจุ้ยธุรกิจ, อาจารย์แอน


เมื่อเราต้องเข้าไปอยู่ในทำเลที่มีสะพานหรือถนนโค้งโอบ ทำเลนี้เรียกว่าทำเล "สายรัดหยก" แต่ถ้าหากไปอยู่ตรงกันข้ามกัน บริเวณโค้งอีกฝั่งของสายรัดหยกจะกลายเป็นโค้งธนู คือลักษณะโค้งเข้าหาเรา เหมือนฟันเข้ามาทางเรา แล้วหากมีอะไรสักอย่างมาพาดหรือบ้านเรามาตั้งอยู่ตรงกลางขวางไว้ เท่ากับธนูนั้นวิ่งเข้าบ้านเรานั่นเอง ทำเลสายรัดหยกเป็นทำเลที่ใคร ๆ ก็ปรารถนาที่จะมีจะได้กัน แม้แต่การสร้างฮวงซุ้ยยังต้องเลือกถนนที่เป็นทำเลสายรัดหยก

สำหรับบุคคลที่อยู่ตรงบริเวณโค้งธนูเท่ากับได้รับ "ธนู"  ทำให้เกิดเภทภัยต่าง ๆ ขึ้นได้ อาจจะถึงโรคภัยไข้เจ็บ มากไปจนถึงแก่ชีวิต ในขณะเดียวกัน หน้าที่การงานก็จะไม่ดี ทำอะไรก็เหมือนกับถูกคุกคาม ถูกข่ม ถูกกดอยู่ตลอดเวลา เหมือนกับเวลาที่เราเดินไปไหนมาไหน ราวกับว่ามีลูกธนูส่องตามหลังเราอยู่ตลอดเวลา ทำอะไรรู้สึกไม่เกิดความมั่งคง ไม่รู้ว่าอะไรจะเกิดขึ้นกับเรา  นั่นคือความสับสนของสภาวะของคนที่อยู่กับทำเลโค้งธนู หรือแนวถนนที่อยู่หน้าบ้านหรือหน้าโครงการหมู่บ้าน หน้าสำนักงาน ฯลฯ

แนวทางแก้ไขทำเล เริ่มที่ทำเลโค้งธนูก่อน ซึ่งมีอยู่ 2 ทาง
1.  แก้ไขในลักษณะเชิงสัญลักษณ์ จากแนวถนนเข้าไป ช่วงที่ถนนโค้งผ่านบ้านเราแล้วกำลังจะตีวงโค้งออก ช่วงนั้นให้เราจะวางแนวของต้นไม้หรือวางแนวของอิฐต่อจากแนวโค้งนั้นให้เข้า ไปโอบตัวบ้าน ตรงบริเวณโค้งของถนนก็จะกลายเป็นช่วงของคอมังกร แล้วหัวก็จะกลายเป็นตัวบ้านของเรา เท่ากับเรากลายเป็นหัวมังกรขึ้นมาแทน
2.  การปลูกต้นไม้หน้าบ้านให้เป็นแนวตรง เหมือนทำเป็นกำแพงป้องกันแนวโค้งธนู หรือว่าให้เป็นที่แขวนธนูนั่นเอง การปลูกต้นไม้ให้เป็นแนวตรงถือเป็นการขวาง โดยใช้ต้นโมกซ้อนวางเป็นแนว  โมก ก็คือ หอกโมกศักดิ์ แปลงเป็นการชุมนุมอาวุธนั่นเอง  แต่ให้เราเป็นผู้ใช้อาวุธนี้ ไม่ใช่ให้อาวุธนั้นกำลังจะยิงเรา


ในกรณีที่เป็นหมู่บ้านจัดสรร เช่น ย่านถนนประชาอุทิศ มีการปลูกสร้างหมู่บ้านสำหรับอยู่อาศัยเป็นจำนวนมาก ในตอนปลายของถนนสายนี้ มีลักษณะโค้งซึ่งเป็นทางเข้าหมู่บ้านแห่งหนึ่งที่ได้รับอิทธิพลของโค้งธนู โดยปกติพื้นที่ที่ตกอยู่ภายใต้อิทธิพลของโค้งธนูจะอยู่ภายในรัศมี 1 ถึง 1.5 กิโลเมตร ทั้งนี้เป็นเพราะอิทธิพลของถนนสายใหญ่ คือ แม่น้ำสายใหญ่ที่กระแสน้ำมีความเชี่ยวตามสภาวะธรรมชาติของการไหล  เมื่อน้ำไหลมาโดยเร็วจะมีการปะทะกันที่ตรงโค้งนี้ก่อนที่จะตีออก ในการปะทะกันจะกินพื้นที่ตลิ่งเข้าไป ทำให้เกิดกระแสที่เรียกว่าความสั่นไหวหรือความกระทบกระเทือนตรงโค้งนี้ทุก ครั้งที่มีรถวิ่ง  ความสั่นสะเทือนตรงนี้กระจายไปถึง 1 กิโลเมตร  แนวทางแก้ไขคือ หมู่บ้านนี้ต้องทำเป็นสวน คือ ทำเป็นแนวต้านทุกระยะ ๆ เป็นแนวต้านดิน  เราลองนึกถึงว่าหากเป็นน้ำจริงแล้ว  กระแสของน้ำที่กัดเซาะเข้าไป สิ่งที่อยู่ได้ต้านทานได้จะมีเพียงหินกับน้ำ นั่นก็คือการสร้างเขื่อน ดังนั้นบ้านจะต้องเป็นบ้านที่มีความหนักแน่น เพราะเราถือว่าสิ่งปลูกสร้างมีความหนักแน่นอยู่แล้ว  ฉะนั้นจึงต้องมีต้นไม้อยู่ด้วยเพื่อเป็นการลดการสั่นสะเทือนหรือแรงสะท้อน จากจุดอันตรายตรงนี้ คือการมีต้นไม้หรือมีสวนอยู่ในหมู่บ้านนั้น

ถนนที่เป็นโค้ง ด้านหนึ่งจะเป็นสายรัดหยก อีกด้านหนึ่งจะเป็นโค้งธนู ด้านที่เป็นสายรัดหยกจะเจริญกว่าอีกด้าน สิ่งที่จะแก้ไขคือ ร้านค้าที่อยู่บริเวณโค้งธนู จะต้องปลูกไม้ดอกที่มีลักษณะเป็นซุ้ม หรืออาจจะนำไม้เลื้อยมาพันไว้ เช่น ต้นใบระบาดหรือบานบุรีมาพันเป็นซุ้ม ซุ้มต้นไม้เหล่านี้จะช่วยแก้ไขทำเลโค้งธนูได้ หรือในบริเวณที่มีสะพานลักษณะโค้งแบบนี้ เพราะเมื่อเวลาที่คนขับรถผ่านจะมองไม่เห็นความรกร้าง หรืออันตรายจากโค้งธนู แต่กลับมองเห็นต้นไม้ดอกไม้แทน จุดเด่นจึงไปอยู่ที่นั่นคือความงอกงาม ความเจริญเติบโต  เมื่อเรานำสิ่งที่มีความเจริญงอกงามเติบโตกระจายมาใส่ตรงนี้แทนอยู่ตลอดเวลา แถบนี้ก็จะเกิดบรรยากาศของความเจริญงอกงามและเจริญเติบโตขึ้นมา


ดูฮวงจุ้ย, เสริมฮวงจุ้ย, ฮวงจุ้ยสุสาน, ฮวงจุ้ยพยากรณ์, ฮวงจุ้ยที่ดิน, อาจารย์แอน
 

เส้นทางของรถไฟฟ้าจะมีช่วงที่มีการโค้งไปมาเข้าเกณฑ์ของลักษณะโค้งธนู  ตึก อาคารบริเวณนั้นจึงได้รับกระแส บุคคลที่อยู่ในตึกนั้นย่อมได้รับอิทธิพลไปด้วยเพราะนั่งทำงานอยู่ในตึกนั้น ทุกวัน  แนวทางในการแก้ไข ตึกหรืออาคารดังกล่าว บริเวณที่มองเห็นการโค้งนี้หากมีระเบียงให้จัดวางต้นไม้ แต่ถ้าไม่มีระเบียงให้วางกระถางต้นไม้ตรงหน้าต่างในจุดที่สายตามองเห็น เพื่อให้เป็นการบังหรือดึงสายตาให้ไปปะทะกับสิ่งเหล่านี้แทน การแก้ทำเลโค้งธนูนี้เราใช้ต้นไม้ แต่ถ้าเป็นบ้านจะต้องทำให้บ้านนั้นดูเด่น ดูข่ม แข่งกับทำเล อาจประดับด้วย กระดิ่งลม ต้นไม้ ฯลฯ ห้ามไม่ให้นำกระจกสะท้อนมาติด เพราะเท่ากับเป็นการดึงเอาโค้งนั้นเข้ามาอยู่ในตึกของเราแทน

 
ซินแสฮวงจุ้ย, ดวงจีน, โหราศาสตร์จีน, ฮวงจุ้ยเสริมโชค, อาจารย์แอน